นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ตนได้กำชับให้หน่วยงานในกำกับดูแล โดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งสื่อสารข้อมูลการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และช่องทางช่วยเหลือประชาชนให้ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าถึงทุกกลุ่ม พร้อมเตรียมลงพื้นที่จังหวัดในเขตกำกับโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ล่าสุดและกำหนดจุดลงพื้นที่ที่จำเป็นต้องเร่งช่วยเหลือประชาชน
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเน้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ ประสานการทำงาน และแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็วทันท่วงที ตนจึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานส่วนกลาง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การสื่อสารนำไปสู่การป้องกันและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ นางสาวศุภมาสในฐานะกรรมการในคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการที่ 2 ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ และเขตตรวจราชการที่ 9 ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ตนให้ความสำคัญกับการติดตามทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้วและพื้นที่เสี่ยง โดยประสานข้อมูลสถานการณ์ ความต้องการของประชาชน และข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน เพื่อเร่งเชื่อมต่อความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงรวบรวมปัญหาที่ต้องได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
สำหรับการลงพื้นที่ จะมุ่งติดตามความพร้อมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน การช่วยเหลือประชาชนในจุดเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนรับฟังปัญหาจากประชาชนและเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้การประสานสนับสนุนสอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ และไม่เพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชน
นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายให้ยกระดับการสื่อสารภาวะวิกฤตเชิงรุก โดยประสานข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน จังหวัด กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในพื้นที่ ให้ครอบคลุมการดูแลประชาชนก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังสถานการณ์คลี่คลาย
ก่อนเกิดภัย ให้เน้นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนล่วงหน้า โดยสื่อสารข้อมูลฝน ระดับน้ำ และพื้นที่เสี่ยงอย่างชัดเจน ระบุวันและเวลาของข้อมูล พร้อมแนะนำการเตรียมตัว เส้นทางอพยพ และจุดพักพิงตามประกาศของพื้นที่ รวมถึงประสานช่องทางสื่อสารระดับชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนที่ไม่สะดวกเข้าถึงสื่อออนไลน์ได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง
ระหว่างเกิดภัย ให้รายงานสถานการณ์และปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจุดน้ำท่วม เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เส้นทางหลีกเลี่ยง จุดให้ความช่วยเหลือ และช่องทางติดต่อหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลความเดือดร้อนจากประชาชนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และติดตามผลการประสานช่วยเหลือ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การอพยพ และการเข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งจำเป็นของกลุ่มเปราะบาง
หลังสถานการณ์คลี่คลาย ให้สื่อสารข้อมูลการฟื้นฟูและเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้าน การดูแลสุขอนามัย การสำรวจความเสียหาย ตลอดจนหลักเกณฑ์ เอกสาร และขั้นตอนขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว
สำหรับจังหวัดปทุมธานี นางสาวศุภมาสได้มอบหมายให้ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รังสิตในวันนี้ ร่วมกับคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์บริเวณสะพานแดง คลอง 1 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนบริเวณชุมชนศาลเจ้าคลอง 1 พร้อมติดตามความพร้อมของประตูระบายน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและนายกเทศมนตรีนครรังสิต เพื่อประสานการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และรวบรวมข้อจำกัดที่ต้องเร่งสนับสนุนจากหน่วยงานส่วนกลาง
“สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้รับการดูแลตลอดทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังน้ำลด ก่อนเกิดเหตุต้องรู้ความเสี่ยงและเตรียมตัวได้ทัน ระหว่างเกิดเหตุต้องรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือที่ไหน และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายต้องได้รับข้อมูลการฟื้นฟูและเยียวยาที่ชัดเจน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงต้องนำไปสู่การรับฟังปัญหา ประสานแก้ไข และติดตามให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชน”
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากจังหวัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ควบคู่กับข่าวสารผ่าน NBT 2HD, NBT Connext สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยสามารถติดตามข้อมูลฝนและสถานการณ์น้ำผ่าน ThaiWater และข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนการเดินทางให้ตรวจสอบเส้นทางกับหน่วยงานเจ้าของทางก่อนออกเดินทาง หากได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784หรือ LINE “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ที่ @1784DDPM








