นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 28 กันยายน 2559 ผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ปริมาณฝนเริ่มลดลงและได้เคลื่อนตัวจากฝั่งตะวันออกไปทางทิศตะวันตกของ กทม. และกำลังเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ หลายจุดระบายน้ำจนสัญจรได้ตามปกติแล้ว แต่ยังคงมีพื้นที่ท่วมขังสูงในบางชุมชน ได้แก่ เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เคหะรามอินทรา ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 ซอยลาดพร้าว 101/1 ซอยรามคำแหง 24 สาเหตุเนื่องจากการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกงทำได้ยากจากระดับน้ำที่สูง จึงขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ เร่งเร่งระดมความช่วยเหลือเข้าสู่จุดดังกล่าวเป็นหลัก ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา น้ำที่ไหลจากภาคเหนือลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยายังคงจัดการได้ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทางภาคเหนือยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ประมาณ 1,900ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีการผันน้ำออกข้างผ่านพื้นที่รับน้ำซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมเตือนภาคตะวันตกและภาคใต้ตอนบน เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
นอกจากนี้รัฐบาลยังได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีขนย้ายสิ่งของและอพยพ เนื่องจากกลุ่มฝนกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีปริมาณฝนสะสมสูงประมาณ 200 มิลลิเมตรต่อวัน แม้เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์จะลดการระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำ และลดภาระของแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอหนองปรือ และ อำเภอบ่อพลอย ที่ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการ พร้อมยืนยันว่า กระแสข่าวเขื่อนเขาจุกแตกนั้น ไม่เป็นความจริง ตัวเขื่อนดินยังคงมีความแข็งแรง แต่เกิดการกัดเซาะบริเวณด้านข้างทางน้ำล้นฝั่งขวา (Auxiliary Spillway) ซึ่งกรมชลประทานได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำในจังหวัดดังกล่าว ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด








