เตือนช่วงปลายฝนต้นฤดูหนาวเฝ้าระวังป่วยด้วยโรคไข้ ฉี่หนู ชี้เกษตรกร ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่พบผู้ป่วยมาก


นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้ฉี่หนูว่า ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยแล้ว 3,303 ราย เสียชีวิต 46 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 1.39 โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป พบผู้ป่วยมากที่สุดในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสดิน น้ำ หรือพื้นที่ชื้นแฉะจากการประกอบอาชีพ พื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูงกระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง ได้แก่ ระนอง น่าน ตรัง แม่ฮ่องสอน และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยแต่ละสัปดาห์ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และยังพบผู้เสียชีวิตในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีฝนตกและน้ำท่วมขัง สำหรับโรคเลปโตสไปโรสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ โดยเชื้อจะปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ ได้แก่ หนู สุนัข โค กระบือ สุกร แพะ แกะ เป็นต้น เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล ผิวหนังที่อ่อนนุ่มจากการแช่น้ำ หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก เมื่อประชาชนสัมผัสน้ำ ดิน หรือโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะการเดินลุยน้ำหรือทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำท่วม จะมีความเสี่ยงต่อการติดโรคนี้เพิ่มขึ

สำหรับอาการของโรคไข้ฉี่หนู จะเริ่มจากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือโคนขาจะปวดมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และตาแดง เป็นต้น หากมีอาการป่วยดังกล่าวขอให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว อย่าซื้อยามากินเองเพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ ที่สำคัญขอให้แจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย แพทย์จะดำเนินการรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามอาการและความรุนแรงของโรค ยิ่งพบแพทย์เร็ว ยิ่งมีโอกาสหายเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เสียชีวิตเกิดจากพบแพทย์ช้าเกินไป จึงต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันทีที่มีอาการ ทั้งนี้ แนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคไข้ฉี่หนู คือ หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ควรสวมรองเท้าบูต หรือสวมถุงพลาสติกสะอาดที่หาได้ในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง กรณีมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังจากเสร็จจากการทำงานหรือลุยน้ำ หมั่นทำความสะอาดบ้านเรือนและสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีหนูชุกชุม และ หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการผิดปกติภายหลังสัมผัสน้ำ/ดินโคลน ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินโคลนให้แพทย์ทราบ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง