นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จะแบ่งการจัดการ 2 ส่วน ส่วนแรกรถยนต์ที่จอดอยู่บนถนน วันนี้ก็เป็นวันที่เร่งเคลียร์รถที่ที่กีดขวางสัญจรไปมา แต่ก็เป็นภารกิจที่ทำร่วมกับตำรวจอยู่แล้ว อีกทั้งสำนักเทศกิจก็มีรถที่สามารถลากรถยนต์ได้เนี่ยประมาณเกือบ 10 คัน ตอนนี้ก็เร่งทำที่แถวเพชรบุรี,คลองตันเพื่อที่จะเคลียร์สำหรับพรุ่งนี้เช้า
ส่วนการบริหารจัดการขยะได้ประสานทั้ง 50 สำนักงานเขต จัดระบบจับคู่ระหว่างเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกับเขตที่ประสบภัย เพื่อสนับสนุนทั้งกำลังคน รถ และอุปกรณ์ เช่น เขตหลักสี่ประสบภัยจะเป็นเขตดินแดง-สาทรไปช่วยโดยเป็นการจับคู่ของสำนักสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นส่วนกลางในการบริหารจัดสรรทรัพยากรให้แต่ละพื้นที่ ซึ่งมีทั้งกำลังคนและรถในการเตรียมความพร้อม
สำหรับการจัดเก็บขยะแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม จะต้องประเมินว่ารถขยะสามารถเข้าถึงได้หรือไม่ หากไม่สามารถเข้าถึงได้ อาจต้องใช้รถดั๊มพ์ หรือเรือช่วยขนขยะออกจากพื้นที่ ขณะที่พื้นที่ซึ่งน้ำลดแล้ว จะต้องเร่งทำ Big Cleaning โดยเฉพาะการเก็บขยะชิ้นใหญ่ กระสอบทราย และขยะตกค้างจากสถานการณ์น้ำท่วม
เบื้องต้น กทม. ได้ระดมกำลังจากสำนักงานเขตต่างๆ รวมถึงส่วนกลางของสำนักสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วยเหลือ โดยกำชับพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เริ่ม Big Cleaning ได้ทันที
สำหรับขยะที่จัดเก็บนำไปยังศูนย์กำจัดขยะของ กทม. 3 แห่ง อาทิ อ่อนนุช หนองแขม และสายไหม ซึ่งขณะนี้ยังสามารถเข้าไปดำเนินการได้ตามปกติ
ส่วนประชาชนในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว สามารถนำขยะออกมาทิ้งได้ โดยสำนักงานเขตจะกำหนดจุดทิ้งขยะให้ชัดเจนในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะกองค้างตามตรอกซอกซอย พร้อมจัดรอบเก็บขยะตามปกติ ขณะที่ข้อมูลจุดรับขยะชิ้นใหญ่จะประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ Greener Bangkok เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบจุดและวันเวลาได้
นอกจากนี้ กทม. ยังเฝ้าระวังเรื่องสุขอนามัยในศูนย์พักพิง โดยให้สำนักอนามัยเข้าตรวจสอบความสะอาด น้ำเสีย และห้องน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยดูแลทำความสะอาด เพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขอนามัยในศูนย์พักพิง
นายพรพรหม ย้ำว่าพื้นที่ใดที่น้ำแห้งแล้ว ให้สำนักงานเขตเร่งแจ้งความต้องการกำลังสนับสนุน เพื่อจัด Big Cleaning โดยเร็วที่สุด ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมและจำเป็นต้องใช้เรือหรืออุปกรณ์เฉพาะทาง จะเร่งจัดสรรทรัพยากรเข้าไปช่วยเหลือตามความจำเป็น








