ไทย-ลาว ร่วมมือปราบยาเสพติด หลอกลวงออนไลน์ แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ตั้งเป้าการค้า 370,000 ล้าน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 และเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – ลาว ครั้งที่ 23 ตามคำเชิญของนายทองสะหวัน พมวิหาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว ซึ่งการประชุม JC ไทย – ลาว ครั้งที่ 23 นี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีไทย-ลาวอย่างรอบด้าน และติดตามการดำเนินงานตามผลการเยือน สปป. ลาว อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ทั้งในด้านการเมืองความมั่นคง การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางพลังงาน ความเชื่อมโยง ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในปัจจุบัน อาทิ การปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์และปัญหายาเสพติด และแก้ไขปัญหามลภาวะข้ามแดน

โอกาสนี้ นายสีหศักดิ์ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่หอประชุมแห่งชาติเวียงจันทน์ ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้น การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และการส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเพิ่มความร่วมมือเพื่อปราบปรามยาเสพติดและขบวนการหลอกลวงออนไลน์ แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ผลักดันเป้าหมายการค้า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 370,000 ล้านบาท) ภายในปี 2570 การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และการเชื่อมโยงคมนาคมขนส่งทางรถ รถไฟ และกฎระเบียบ รวมถึงความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาและการท่องเที่ยว เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในการพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นที่น่าพอใจอย่างมากต่อสถานะความสัมพันธ์ของทั้งไทยและลาว ที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศมีความร่วมมือกันในทุกด้าน สะท้อนถึงนโยบายของไทยที่จะดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศบนพื้นฐานของความมั่นคง รวมถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจร่วมกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาว สะท้อนถึงแนวทางในปัจจุบันอย่างดี โดยประเทศไทยได้พยายามตอบรับต่อสิ่งที่ สปป.ลาว ต้องการดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องโลจิสติกส์ ซึ่ง สปป.ลาว ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ปัจจุบันนี้มีความเชื่อมโยงกันหลายด้าน ทั้งทางถนน ทางรถไฟ ในส่วนของระบบราง สปป.ลาว กำลังมีการปรับเปลี่ยนระบบ เพื่อให้เชื่อมโยงกันระหว่าง ไทย-ลาว-จีน-เวียดนาม เป็นต้น และไทยได้สนับสนุนด้านยุทธศาสตร์ โดยสิ่งที่จะเห็นได้ชัดคือ การสร้างสะพานระหว่างกัน ขณะนี้สะพานที่ข้ามไปมาระหว่างไทยและลาว มีด้วยกัน 5 แห่ง และกำลังจะสร้างแห่งที่ 6 ขึ้น

สะพานเหล่านี้เป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยงการไปมาหาสู่ รวมถึงการค้าขายระหว่างกัน หลายเส้นทางมีความสำคัญในการเป็นเส้นทางเชื่อมต่อของลาว ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นทั้ง เวียดนาม และ จีน ซึ่งมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ด้วยการอาศัยจุดแข็งของตัวเอง เปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศที่มีเส้นทางกระจายสินค้าทางบกและทางราง แทน จึงทำให้ สปป.ลาว ได้รับผลประโยชน์ในเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังได้ไปชมโครงการใหญ่ของทางประเทศลาวด้วย คือ ระบบคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ไทย-ลาว ที่ไม่ใช่แค่จุดกระจายสินค้าเท่านั้น แต่จะเป็นการพัฒนาเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่อาจมีสินค้าบางอย่างที่ผลิตในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ด้วย ก่อนที่จะมีการเข้าไปยัง จีน หรือประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค แต่สิ่งสำคัญคือ ไทยและลาว มีความเชื่อมโยงทางกายภาพ เพียงแต่การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงนี้ก็ต้องมีกติกาหรือมีระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องของศุลกากร หรือตรวจคนเข้าเมือง ที่ขณะนี้หลายแห่ง เริ่มปรับเปลี่ยนเป็นด่านจุดเดียว ตรวจครั้งเดียว ไม่ต้องยุ่งยากในการตรวจจากประเทศหนึ่ง และมาตรวจอีกประเทศหนึ่ง จึงทำให้การขนส่งสินค้ามีความคล่องตัว สิ่งนี้ สปป.ลาว ให้ความสำคัญมากและทางประเทศไทยให้การสนับสนุน

ทั้ง 2 ประเทศ ยังเห็นพ้องการเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดน โดยเฉพาะการสกัดกั้นยาเสพติดและการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งจะต้องร่วมมือกันมากขึ้นกว่าเดิมให้เท่าทันกับการใช้เทคโนโลยีของขบวนการสแกมเมอร์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้หารือเรื่องการแก้ปัญหามลภาวะข้ามพรมแดนร่วมกัน โดยประเทศไทย พร้อมสนับสนุน สปป.ลาว ในด้านการฝึกบุคลากร การทำฝนหลวง และการจัดการกับไฟป่า พร้อมกันนี้ย้ำว่าความร่วมมือทางชายแดนไทย – ลาว ที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ มีการประสานกันด้วยดีตลอด สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีเสมอมา และความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

นายสีหศักดิ์ ยังได้เยี่ยมชมเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งจะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์กระจายสินค้าสำคัญของ สปป. ลาว บริเวณสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย – เวียงจันทน์) เพื่อหารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างไทย – สปป. ลาว ที่จะเป็นแกนกลางของการเชื่อมโยง
ของภูมิภาค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง