พม.นำ กคช.–ภาคีแถลง“รวมพลังช่างไทย”ระดมช่างฟื้นฟูคลองจั่น-ร่มเกล้า กู้ประปา ตรวจไฟฟ้า ซ่อมมอไซค์ เริ่ม 3 ต.ค.นี้

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “รวมพลังช่างไทย ฟื้นบ้าน ฟื้นเมือง หลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ” เพื่อแถลงแนวทางและแผนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยมีนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นผู้นำการบูรณาการความร่วมมือ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมกับนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ตลอดจนผู้บริหารและผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมอบรมแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้แทนหน่วยงานและผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ณ อาคารสันทนาการ ชั้น 3 อาคาร 5 การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

นายนิกร กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ทำให้บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ซึ่งมีประชาชนและครัวเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงได้กำชับให้การเคหะแห่งชาติเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและงานช่าง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า การฟื้นฟูหลังน้ำลดต้องให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของประชาชน” เป็นอันดับแรก การกลับเข้าพักอาศัยในบ้านหรืออาคารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา โครงสร้างอาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ อย่างรอบคอบ จึงได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและบูรณาการภาคีที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีมาตรฐานเป็นระบบ และสามารถเข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ความร่วมมือครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากจิตอาสากว่า 350 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายด้านวิศวกรรมและงานช่าง ร่วมบูรณาการองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากร เพื่อสนับสนุนภารกิจตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย รวมถึงระบบสาธารณูปโภคของประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นระบบและปลอดภัย

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การรวมพลังของจิตอาสาและหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 350 คนในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพของแต่ละภาคส่วนมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการช่วยเหลือหลังน้ำท่วมควรครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบความปลอดภัย การซ่อมแซมฟื้นฟู ไปจนถึงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพื่อให้แต่ละครัวเรือนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับแผนการดำเนินงาน กระทรวง พม. โดยการเคหะแห่งชาติและภาคีเครือข่ายจะระดมทีมวิศวกรและช่างอาสาลงพื้นที่เคหะคลองจั่น ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2569 และชุมชนการเคหะร่มเกล้า ระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2569 เพื่อตรวจสอบและฟื้นฟูตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย พร้อมสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันท่วงที

นายนิกร กล่าวย้ำ ตนได้กำชับให้การเคหะแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่ โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในกรณีที่พบครัวเรือนหรือกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม เพื่อให้การฟื้นฟูครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการซ่อมแซมบ้านและระบบสาธารณูปโภคเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยโดยเร็ว

ด้านนายทวีพงษ์ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติพร้อมขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน โดยภารกิจหลังน้ำลด สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน การเคหะแห่งชาติจึงกำหนดแนวทางการทำงานให้ครอบคลุมการตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ได้แก่ สายไฟ อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า เต้ารับ สวิตช์ ระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างอาคารเพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรง การตรวจสอบและซ่อมแซมระบบประปา ตลอดจนการตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจ

นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมครั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะทำหน้าที่ประสานและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และจิตอาสา เพื่อนำนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะติดตามผลการดำเนินงานและเร่งแก้ไขปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นฟูบ้านและชุมชนเป็นไปอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเฉพาะการดูแลครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยในบ้านของตนเองได้อย่างมั่นใจ และกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน สามารถติดต่อ ดร.วสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา/ผู้อำนวยการการฟื้นฟูหลังท่วม โทร. 086 977 7734 หรือ LINE ID: wasawatcac

ข่าวที่เกี่ยวข้อง