นายกฯ สั่งช่วยน้ำท่วมทุกมิติ รับมือฝน 4–5 ต.ค. “ยศชนัน” ผนึก 5 กระทรวง และ กทม.เปิด “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว ทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมสถานการณ์และเร่งดำเนินการตามภารกิจในพื้นที่วิกฤต โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง พร้อมจัดตั้งทีมปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในทุกมิติ รวมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานยึดหลักการสื่อสาร “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งข้อมูล” เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลระดับน้ำและสถานการณ์ที่ถูกต้อง เป็นเอกภาพ ลดความสับสน พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 4–5 ตุลาคม 2569 ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยให้ประเมินความเสี่ยงและเตรียมบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหาร น้ำดื่ม และแผนเผชิญเหตุให้พร้อม รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลพยากรณ์อากาศไปใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำและเตรียมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า โดยสิ่งของในถุงยังชีพต้องเป็นสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและสามารถบริโภคได้ทันที

นายกรัฐมนตรี กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งลงพื้นที่ดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และความเป็นอยู่ พร้อมบริหารจัดการมวลชนด้วยความอดทนและสร้างความเข้าใจ รวมทั้งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง โดยใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยได้มีข้อสั่งการ ดังนี้

1. ให้ทุกจังหวัดยังคงเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ และทรัพยากรที่จำเป็น ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ อาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และศูนย์พักพิงให้มีความพร้อมตลอดเวลา

2. สำหรับสถานีสูบน้ำทุกแห่ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการและระบายน้ำในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจุดที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทั้งในแนวขวาง แนวดิ่ง และตามแนวคลอง ที่เชื่อมต่อกับระบบอุโมงค์ระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ให้กำหนดจุดติดตั้งที่ชัดเจน ติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และบูรณาการการทำงานระหว่างพื้นที่ เพื่อลดข้อขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบกับชุมชน ให้จัดทำแนวป้องกันน้ำล้นตลอด 2 ฝั่งคลอง โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล สามารถลดผลกระทบ และบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชน

3. จังหวัดหรือพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้เร่งสำรวจ และประเมินความเสียหายอย่างครอบคลุมทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้ถึงมือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยให้แยกการดำเนินการเป็น 2 บัญชี ได้แก่ 1) ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้ดำเนินการตามกฎ ระเบียบกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ 2) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ให้ดำเนินการตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาทำความเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียด เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ของกรมธรรม์ตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติแก่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อให้มีความเข้าใจในกรมธรรม์และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประสานและสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกันและผู้เอาประกันภัย รวมถึงกรณีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หากอยู่ในความคุ้มครองของประกันภัย ให้เร่งประสานและดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงเปิดตัวระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” ที่ครอบคลุมตั้งแต่การซ่อมที่พักอาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟ รถยนต์/จักรยานยนต์ การทำความสะอาด ศูนย์พักพิง อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับศักยภาพของหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเป็นช่องทางกลางเชื่อมความต้องการของประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบกับหน่วยงานช่วยเหลือ โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ได้ขอความอนุเคราะห์จากผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งดูแลระบบ Traffy Fondue ประกอบกับ กทม. มีความคุ้นเคยกับระบบนี้ดีอยู่แล้ว จึงนำมาใช้เป็นฐานตั้งต้นในการทำงาน เพื่อบูรณาการกำลังคนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงกลุ่มอาชีวศึกษา และ
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบได้ด้วยตนเอง กระทรวง พม. จะมีอาสาสมัคร พม. (อพม.) เข้ามาเป็นตัวกลางช่วยนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ทุกคนได้รับการซ่อมแซมอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ โครงการยังเปิดรับจิตอาสาจากภาคเอกชนและหน่วยงานอื่นๆ ให้สามารถลงทะเบียนทาง Traffy Fondue เพื่อระดมกำลังคนไทยช่วยเหลือ กทม. ในครั้งนี้ด้วย

ด้านพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม. และพื้นที่ภาคกลาง กล่าวว่า ในระยะเร่งด่วน กองทัพจะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากทุกเหล่าทัพร่วมกับ กทม.
ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะเยียวยาและฟื้นฟูเมื่อสถานการณ์น้ำคลี่คลาย

ขณะที่ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์พื้นที่ว่า ปัจจุบัน กทม. ยังมีจุดวิกฤตน้ำท่วมขังสูงในหลายเขต ทั้งฝั่งตะวันออก (เช่น ลาดกระบัง หนองจอก ประเวศ) โซนเหนือ (เช่น สายไหม คลองสามวา บางเขน) และโซนอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมากองทัพได้ส่งกำลังพล รถยกสูง และเรือเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการอพยพผู้ป่วยฉุกเฉินออกจากพื้นที่แล้ว 776 คน สำหรับระยะต่อไปคือการฟื้นฟูคืนสภาพ ทั้งการทำความสะอาดและซ่อมแซมระบบไฟ-บ้านเรือน โดยจะใช้ระบบ Traffy Fondue เป็นตัวกลางในการผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรอาสา ช่างทหาร และเครือข่ายช่างจากกระทรวงต่าง ๆ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือในแต่ละจุดอย่างเป็นระบบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า กระทรวงแรงงานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ระดมทีมช่าง เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ และยานพาหนะให้ประชาชนฟรีทั้งหมด โดยใน กทม. ได้เปิดจุดบริการซ่อมรถยนต์และจักรยานยนต์ที่จมน้ำแล้วหลายแห่ง ซึ่งการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่กระทรวงใช้งานอยู่เดิม จะช่วยให้การสับเปลี่ยนกำลังพลและบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างตรงจุดและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร้รอยต่อ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เน้นย้ำการดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และคนพิการ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในแฟลตของการเคหะแห่งชาติ การนำระบบ Traffy Fondue มาใช้ จะช่วยให้เครือข่ายนิติบุคคลและกลุ่มอาสาสมัคร (อพม.) สามารถค้นหาความต้องการและประสานงานช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง ลดโอกาสที่ประชาชนจะตกหล่นจากระบบ ทั้งนี้ได้จัดเตรียมระบบหลังบ้าน เพื่อใช้งานสำหรับโปรแกรมหลังบ้าน “ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” คาดว่าจะเปิดการใช้งานประมาณ 1 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อร้องเรียนของประชาชน 

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะนำศักยภาพของเครือข่ายสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งครูและนักศึกษา ลงพื้นที่ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำลด โดยใช้ Traffy Fondue เป็นช่องทางกลางรับเรื่อง ก่อนประมวลผลและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสมในพื้นที่ โดยผู้แจ้งสามารถติดตามสถานะได้จนกว่างานจะซ่อมเสร็จ

ปัจจุบันได้เปิดจุดบริการนำร่องใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี สำหรับภาคเอกชนที่สนใจร่วมช่วยเหลือ สามารถสอบถามรายละเอียดผ่าน LINE ได้ที่ @fonduehelp โดยขั้นตอนการแจ้งขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ สามารถเข้าแอปพลิเคชัน LINE เพิ่มเพื่อน @TraffyFondue และเลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” เลือกประเภทความช่วยเหลือ กรอกรายละเอียดและแนบภาพถ่ายความเสียหาย แชร์ตำแหน่งสถานที่ (Location) ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ ระบบจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถติดตามสถานะได้จนจบงาน ทั้งนี้หากเป็นอุปกรณ์ชิ้นใหญ่หรืองานระบบในบ้านที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ จะประสานทีมช่างให้เข้าไปดำเนินการถึงที่พักอาศัยตามความเหมาะสม

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามและสำรวจผลกระทบในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี โดยได้รับฟังมาตรการป้องกันของผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม จากนั้นได้ติดตามระดับน้ำตามเฟสต่าง ๆ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ซึ่งพบว่า ปัจจุบันมีระดับน้ำสูงท่วมล้อรถจีเอ็มซี พร้อมกับมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในชุมชนข้างเคียงนิคมอุตสาหกรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่โรงพยาบาลสนาม โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง โดยนายพัฒนา กล่าวว่า โรงพยาบาลสนาม สามารถรองรับประชาชนในชุมชนโซนเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 30,000 คน ให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง โดยจัดบริการผู้ป่วยนอกที่เดินทางออกจากที่พักได้ ประมาณ 30-40 คนต่อวัน ให้การดูแลผู้ป่วยเฝ้าระวังสังเกตอาการ เพื่อประเมินการรักษา รองรับได้ 6 เตียง และบริการอุบัติเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

กองทัพเรือ โดยกรมอู่ทหารเรือ เดินหน้าติดตั้งเรือผลักดันน้ำอย่างต่อเนื่อง รวม 90 ลำ แบ่งเป็น ติดตั้งแล้ว 52 ลำ อยู่ระหว่างติดตั้ง 16 ลำ และอยู่ในแผนติดตั้ง 22 ลำ ครอบคลุมพื้นที่ นครนายก–บางพลี–ลาดกระบัง เพื่อเร่งผลักดันและระบายน้ำออกจากพื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง