นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อประเมินสถานการณ์ในภาพรวมและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเดือดร้อน
โดยเฉพาะผู้ใช้รถที่ประสบปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหายจากการขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหายหรือชำรุด
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขานรับนโยบายเร่งอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และบรรเทาความเดือดร้อน ให้ประชาชนสามารถขอออกใบแทนได้ โดยไม่ต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนรถ) ฉบับจริงมาแสดง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
สำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการขอออกใบแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถ ประกอบด้วย สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี) ในกรณีไม่มีสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ ให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ มีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถแผ่นละ 100 บาท และค่าคำขอ 5 บาท สามารถยื่นขอดำเนินการได้ทุกสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
กรณีใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหาย (เล่มทะเบียนรถสูญหาย) การขอใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถใหม่ (คัดเล่มทะเบียนรถใหม่) หากผู้ถือกรรมสิทธิ์รถเป็นบุคคลธรรมดาและมีความประสงค์ขอคัดเล่มทะเบียนรถใหม่ ต้องยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถอยู่ในความรับผิดชอบเท่านั้น มีค่าธรรมเนียม 55 บาท
ส่วนกรณีการยื่นขอเล่มทะเบียนใหม่สำหรับรถที่ติดไฟแนนซ์ (อยู่ระหว่างการเช่าซื้อกับสถาบันการเงิน) และผู้ครอบครองที่เป็นบุคคลธรรมดา จะไม่สามารถดำเนินการได้ แต่สามารถยื่นขอใบรับรองรายการจดทะเบียนรถแทนได้ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงหรือหนังสือมอบอำนาจมาขอรับรองรายการจดทะเบียนรถ และสามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ มีค่าธรรมเนียมกรณีรถยนต์ 75 บาท และกรณีรถจักรยานยนต์ 35 บาท
ทั้งนี้ การอนุโลมให้ใช้สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นหลักฐาน จะสามารถใช้ดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เท่านั้น
มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มุ่งอำนวยความสะดวกและลดภาระให้แก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและใช้รถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ต้องกังวล








