ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการเดินหน้ามาตรการดูแลนักเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ภัยจากโลกออนไลน์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงการศึกษาของเด็กในกลุ่มต่าง ๆ
โดยได้กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการตรวจคัดกรองบุคคล การตรวจสอบของมีคมและสิ่งของผิดกฎหมาย รวมถึงการเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายในสถานศึกษา พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษา” เพื่อเป็นกลไกกลางในการดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การป้องกัน การรับแจ้งเหตุ และการสอบสวนพร้อมเยียวยา
ในส่วนของการรับแจ้งเหตุ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเปิดช่องทางให้สามารถแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน LINE Traffy Fondue เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาถูกส่งต่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าสู่กระบวนการแก้ไขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกำหนดมาตรการด้านความรับผิดชอบ โดยหากผู้บริหารสถานศึกษาปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจถูกพิจารณาลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง
ขณะเดียวกัน ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่เด็กต้องเผชิญนอกห้องเรียน โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยี AI ซึ่งมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อเด็กและเยาวชน จึงเตรียมผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้มีกลไกเอาผิดกับภัยออนไลน์ที่กระทำต่อเด็ก รวมถึงจัดทำกรอบการใช้ AI ในระดับสากล กำหนดแนวทางเรื่อง Screen Time ที่เหมาะสมกับเด็ก และเตรียมหารือร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรือ Cyberbullying
สำหรับการคุ้มครองสิทธิของนักเรียน ย้ำว่า ห้ามตัดกล้อนผมนักเรียนโดยเด็ดขาด และให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน เพื่อนำความคิดเห็นไปประกอบการกำหนดหรือปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับทรงผมให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงสิทธิและเสียงของเด็กควบคู่กับการดูแลระเบียบของสถานศึกษา
แนวทางการทำงานของรัฐบาลคือการดูแลเด็กให้ครอบคลุมตั้งแต่ความปลอดภัยในสถานศึกษา การคุ้มครองสิทธิ การรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยี ไปจนถึงการทำให้เด็กทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ติดตามความคืบหน้า และผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน








