ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นการประชุมครั้งที่ 6 โดยภาพรวมหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น แต่ยังมีบางจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา ที่ยังมีน้ำท่วมขัง และยังต้องอพยพประชาชนออกมาอยู่ในศูนย์พักพิง รวมถึงอพยพผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ปิดทำการ ซึ่งต้องขอบคุณกองทัพบกที่ให้การสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ เพื่อรักษาต่อเนื่อง แม้จะยังไม่สมบูรณ์นัก พร้อมชื่นชมผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายที่ประสานงานร่วมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดให้มีโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยในช่วงอุทกภัย
สิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้คืออุปกรณ์การแพทย์และยารักษาโรค โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรอยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์เป็นโรงพยาบาลของกองทัพ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งสนับสนุนเวชภัณฑ์ ยา และบุคลากรทางการแพทย์ไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และหากมีการร้องขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่
จากกรณีจังหวัดปทุมธานีที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแจ้งว่า ยารักษาและป้องกันโรคบางชนิดยังขาดแคลน ขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดส่งเวชภัณฑ์เข้าไปในพื้นที่ โดยประสานกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดให้เรียบร้อย เนื่องจากโรงงานขององค์การเภสัชกรรมอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ทั้งยารักษาโรคฉี่หนูและยาที่จำเป็นอื่น ๆ ควรส่งถึงประชาชน เนื่องจากหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังมาหลายวันแล้ว
นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร และมีฝนตกชุกถึงหนักมากในภาคใต้ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาจะชี้แจงสถานการณ์ให้ทราบ ดังนั้น หากมีฝนและน้ำหนุนเข้ามา อาจทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จึงขอให้พื้นที่ใดที่ยังสามารถเร่งระบายน้ำได้ ให้ดำเนินการทันที
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ทั้งการพยากรณ์ฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล พร้อมจัดทำเป็นแผนที่ที่เข้าใจง่ายและส่งต่อไปยังระดับอำเภอและชุมชน หากต้องปรับแผนหรือขอเครื่องสูบน้ำ รถยกสูง หรือกำลังสนับสนุนจากจังหวัดอื่น ขอให้แจ้งส่วนกลาง ขณะที่พื้นที่เสี่ยงต้องดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมเส้นทางและยานพาหนะสำหรับการอพยพ และดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
ส่วนพื้นที่ที่น้ำเริ่มลด ขอให้เริ่มสูบน้ำ เก็บขยะ ทำความสะอาด และตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปาทันที ไม่ต้องรอให้น้ำแห้งทั้งจังหวัด โดยเฉพาะการเก็บขยะ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้แจ้งประชาชนในแต่ละเขตถึงช่วงเวลาที่จะเข้าจัดเก็บขยะแบบ Big Cleaning เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว จึงขอให้พื้นที่อื่นดำเนินการในลักษณะเดียวกัน
การจัดตั้งศูนย์อพยพขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังอยู่มากและต้องอพยพประชาชนออกมา โดยเฉพาะอำเภอบ้านสร้างที่อาจต้องอพยพประชาชนเพิ่มเติม เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลดและเริ่มมีน้ำเน่าเสีย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การทำงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีเครือข่ายท้องถิ่นที่สามารถสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ได้ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสนับสนุนด้านงบประมาณ โดยทุกจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ประสบภัย ขอให้เร่งใช้เงินทดรองราชการในพื้นที่ประสบภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลประชาชนที่พำนักอยู่ในศูนย์พักพิงให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด รวมถึงเน้นย้ำเรื่องสุขอนามัย โดยเฉพาะการทำความสะอาดห้องน้ำและห้องสุขา ขอให้จังหวัดจัดหาผู้ดูแลและมีค่าตอบแทนพิเศษให้
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งประสานงานเปิดให้ลงทะเบียนยื่นขอเยียวยาให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัย รวมถึงกรุงเทพมหานคร และสำรวจจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการเยียวยาให้เรียบร้อย โดยระบุว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าข่ายได้รับการเยียวยาแล้ว จึงขอให้เร่งดำเนินการ เมื่อข้อมูลจากพื้นที่ส่งเข้ามาแล้ว ให้ทยอยจ่ายตามคิวที่เข้ามา ไม่ต้องรอให้ข้อมูลครบทุกพื้นที่หรือรอการฟื้นฟูเสร็จเรียบร้อย โดยงบประมาณที่กันไว้ตั้งแต่ปี 2569 สำนักงบประมาณได้โอนไปเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาตามคิวที่เข้ามาในแต่ละวัน
ปภ. ได้โอนเงินทั้งก้อนไปยังธนาคารออมสินแล้ว และอยู่ระหว่างการประมวลผล โดยอำเภอ จังหวัด หรือตำบลใดดำเนินการเสร็จก่อน ธนาคารออมสินสามารถจ่ายเงินได้ทันที ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ
ปภ. เป็นหน่วยงานรวบรวมข้อมูล แต่หน่วยงานที่ต้องดำเนินการหลักคือท้องถิ่น ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยในสัปดาห์นี้ต้องเห็นการโอนเงิน เพื่อแสดงถึงการดูแลประชาชน พร้อมเร่งจัดการบ้านเรือนให้เรียบร้อยและส่งประชาชนกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากงบฉุกเฉินปี 2569 จำนวน 4.7 พันล้านบาทไม่เพียงพอสำหรับการเยียวยา อาจมีการของบฉุกเฉินปี 2570 มาใช้ เนื่องจากคาดว่างบประมาณอาจไม่เพียงพอต่อการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง








