“ลาดกระบัง–ร่มเกล้า”แบ่งฟื้นฟู 4 โซน ตั้งจุดพักขยะ ระดมกำลังกว่า 400 นาย เร่งคืนพื้นที่

นายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดการขยะชิ้นใหญ่และการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม ร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบัง ณ บริเวณหน้า สน.ร่มเกล้า พร้อมติดตามการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรและยานพาหนะจากหลายหน่วยงาน เพื่อเร่งจัดเก็บขยะและทำความสะอาดพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายพรพรหม กล่าวว่า กทม. อยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังระดับน้ำลดลง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 โซน กำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ พร้อมประสานกำลังสนับสนุนจากเขตใกล้เคียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และขยะตกค้าง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากและมีความจำเป็นเร่งด่วน

สำหรับเขตลาดกระบัง ใช้แนวทางจัดตั้ง “จุดพักขยะ” ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรวบรวมขยะจากหน้าบ้านประชาชนไว้ในจุดเดียว ลดระยะทางและเวลาการเดินทางของรถเก็บขยะ ทำให้สามารถกลับเข้าพื้นที่และจัดเก็บขยะได้หลายรอบมากขึ้น

กทม. อยู่ระหว่างประสานนำรถเทรลเลอร์ขนาด 30 ตัน เข้าประจำจุดพักขยะ เมื่อมีขยะสะสมในปริมาณมาก จะใช้รถแม็คโครทุบและย่อยขยะชิ้นใหญ่ ก่อนตักขึ้นรถเทรลเลอร์เพื่อขนส่งไปกำจัดตามระบบต่อไป

นายพรพรหม กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือเราไม่อยากให้รถขยะต้องวิ่งไป-กลับระยะไกล เพราะจะทำให้เสียเวลาและเก็บขยะในพื้นที่ได้น้อยลง เราจึงพยายามนำขยะมารวมไว้ในจุดที่เหมาะสม แล้วใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ขนออกไปครั้งละมากๆ ทำให้รถขยะกลับมาทำงานในพื้นที่ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและลดจำนวนเที่ยวที่ต้องวิ่งทางไกล

กทม. ใช้แนวทาง “เขตบัดดี้” โดยเขตลาดกระบังได้รับการสนับสนุนจากเขตใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า รวมถึงเขตธนบุรี เขตพระนคร และเขตบางแค ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ทั้ง ปภ. กรมทางหลวง และกำลังพลจากทหาร โดยปัจจุบันมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 400 นาย พร้อมเครื่องจักร รถน้ำและอุปกรณ์ฉีดล้าง กระจายเข้าดำเนินการทั้ง 4 โซน

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการขยะหลังน้ำท่วมครั้งนี้มีปริมาณมากกว่าปกติอย่างชัดเจน บางพื้นที่สามารถเก็บขยะได้ประมาณ 500–600 ตันต่อวัน และบางช่วงสูงถึงประมาณ 1,000 ตันต่อวัน จึงต้องบริหารจัดการเป็นโซนและใช้หลายหน่วยงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็ว

สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ กทม. จะให้สำนักงานเขตประเมินสถานการณ์เป็นจุดๆ และจัดทำแผนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ พร้อมกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาการดำเนินงานอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับพื้นที่เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ ที่ดำเนินการฟื้นฟูและจัดการขยะจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นายพรพรหม กล่าวอีกว่า แต่ละพื้นที่ต้องมีแผนของตัวเองให้ชัดเจนว่า จุดไหนจะเสร็จเมื่อไร ต้องใช้กำลังจากที่ไหนบ้าง และต้องประสานหน่วยงานใดเข้ามาช่วย เพราะสถานการณ์แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน เป้าหมายคือทำให้เร็วที่สุด เพื่อให้ชีวิตของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้ได้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขต หน่วยงานของ กทม. เขตบัดดี้ หน่วยงานด้านความมั่นคง และภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพิจารณาประสานภาคเอกชนและการจ้างเหมาบริการในพื้นที่ที่มีปริมาณงานมาก เพื่อเพิ่มกำลังในการจัดเก็บ ขนย้ายและฟื้นฟูพื้นที่ให้รวดเร็วและทั่วถึง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง