นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ยังคงติดตามสภาพฝน น้ำเหนือและพื้นที่ท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด มีการปรับแผนให้ทันต่อสถานการณ์และพื้นที่ไหนมีปัญหาให้เร่งนำเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายให้เคลื่อนย้ายทรัพยากรไปเสริมจุดที่ยังมีความเสี่ยงทันที สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จากแนวโน้มสถานการณ์น้ำทางตอนบนเริ่มลดลง ควบคู่กับการปรับลดการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาให้เหมาะสม เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อน แต่ยังคงติดตามปริมาณน้ำเหนือและสถานการณ์ฝนในระยะนี้อย่างใกล้ชิด ด้านลุ่มน้ำยมได้ใช้พื้นที่ทุ่งบางระกำช่วยหน่วงน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะที่ภาคตะวันออกยังคงเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายกลงสู่แม่น้ำบางปะกง พร้อมสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ 28 เครื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งช่วงน้ำทะเลหนุนสูงอาจส่งผลให้การระบายน้ำชะลอตัว ส่วนลุ่มน้ำเพชรบุรียังคงติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างและอำเภอเมืองเพชรบุรีเตรียมรับมือและเร่งระบายน้ำหากมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่
ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน ยังเร่งสูบและระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมเพิ่มกำลังสูบน้ำบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ลดปริมาณน้ำสะสมและเตรียมพื้นที่ไว้รองรับฝนที่อาจตกเพิ่ม รวมทั้ง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เครื่องจักร กำลังเจ้าหน้าที่ และแผนเผชิญเหตุให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที จนถึงขณะนี้ได้ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุก และเครื่องจักรต่างๆ รวมประมาณ 786 หน่วย เข้าไปสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ รวมถึง การมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เปิดศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำและต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถประสานมายังศูนย์ฯ เพื่อแจ้งปัญหาและความต้องการในพื้นที่ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำและเครื่องจักรตามความจำเป็น เข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด โดยประชาชนสามารถ แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนกรมชลประทาน 1460








