นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำลงสู่ทะเล เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรค ตลอดจนผลการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือและการลงทะเบียนเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 อำเภอ 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน 168 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 233,346 ครัวเรือน โดยหน่วยงานต่างๆ ได้บูรณาการความร่วมมือเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งการจัดตั้งศูนย์พักพิง การแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่ม การช่วยขนย้ายสัมภาระ ตลอดจนการรับส่งประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยในปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง รวม 15 ตำบล 99 หมู่บ้าน ส่วนการลงทะเบียนเพื่อขอรับการเยียวยา มีผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จำนวน 178,511 ราย และลงทะเบียนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ จำนวน 14,374 ราย โดยจังหวัดสมุทรปราการอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาต่อไป โดยนายทรงศักดิ์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้การช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
จากนั้น นายทรงศักดิ์และคณะลงพื้นที่สถานีสูบน้ำเจริญราษฎร์ ตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการระบายน้ำ โดยสถานีสูบน้ำดังกล่าวเป็นโครงสร้างสำคัญของกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างและระบายน้ำออกสู่ทะเล
นายทรงศักดิ์ เปิดเผยว่า สถานีสูบน้ำเจริญราษฎร์มีเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่อง แต่ละเครื่องมีกำลังสูบประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกำลังสูบประมาณ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจากการติดตามพบว่าสถานีเดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดบางประการบริเวณทางน้ำเข้าสู่อาคารสูบน้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำที่สามารถไหลเข้าสู่สถานีได้ จึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว เพื่อให้มวลน้ำสามารถเข้าสู่บริเวณหน้าอาคารสูบน้ำได้อย่างต่อเนื่องและทำให้เครื่องสูบน้ำสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยจะมุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูล เครื่องจักร อุปกรณ์ และศักยภาพของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนผ่านพื้นที่ตอนกลางสู่พื้นที่ปลายน้ำ ควบคู่กับการเร่งช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็วและทั่วถึง








