กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าเฝ้าระวังและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่อาจสัมผัสน้ำหรือตะกอนที่มีลักษณะผิดปกติ พร้อมลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพ ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และเก็บตัวอย่างปัสสาวะในกลุ่มเสี่ยง เพื่อประเมินการรับสัมผัสโลหะหนัก พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้นำทีมปฏิบัติการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม (EnvOccCU) ลงพื้นที่เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับรายงานพบน้ำล้นจากบริเวณบ่อฝังกลบขยะอันตราย และพบคราบสีรุ้งคล้ายคราบน้ำมันกระจายตามแนวทางน้ำเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่เสี่ยง โดยมีการดำเนินงาน ดังนี้
1. คัดกรองอาการและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพในประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งทีมลงพื้นที่ 8 จุดชุมชน สัมภาษณ์ประชาชนรวม 73 ราย ไม่พบผู้ป่วยฉุกเฉิน (สีแดง) พบผู้มีความเสี่ยงสูง (สีส้ม) 34 ราย ความเสี่ยงปานกลาง (สีเหลือง) 23 ราย และความเสี่ยงต่ำ (สีเขียว) 16 ราย ตามเกณฑ์ ASDR
2. เก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจหาการรับสัมผัสโลหะหนัก ได้แก่ สารหนู (Urine As – total) และแคดเมียม (Cd) ในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 11 ราย
3. ตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ 6 จุด เพื่อตรวจหาสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวม 7 ชนิด ได้แก่ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide), 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-Butadiene), เบนซีน (Benzene), โทลูอีน (Toluene), เอทิลเบนซีน (Ethylbenzene), ไซลีน (Xylene) และสไตรีน (Styrene) โดยผลการตรวจเบื้องต้นพบว่าปริมาณสารเคมีต่ำมากจนเครื่องตรวจไม่ได้
ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการสัมผัสสารปนเปื้อน โดยห้ามว่ายน้ำหรือนำน้ำที่สงสัยว่าปนเปื้อนมาอาบน้ำหรือปรุงอาหาร หากยังไม่ได้ผ่านการบำบัดอย่างถูกต้อง รวมทั้งงดจับ ชำแหละ หรือรับประทานสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำท่วมขังที่อาจปนเปื้อน หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ แช่น้ำ หรือสัมผัสตะกอนดินเป็นเวลานาน หากมีความจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น รองเท้าบูต โดยหากสัมผัสน้ำหรือตะกอนแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองผิวหนัง แสบตา คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ ควรรีบล้างทำความสะอาดร่างกายและเข้าพบบุคลากรทางการแพทย์ทันที
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคและหน่วยงานในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนที่อาจปนเปื้อน ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัย และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารปนเปื้อนและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422








