กรมควบคุมโรค ชวนคนไทยร่วมเทศกาลกินเจปี 2569 “กินเจอย่างรู้ทัน และปลอดภัย” ลดหวาน มัน เค็ม ห่างไกล NCDs

กรมควบคุมโรคชวนคนไทยปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารเจอย่างปลอดภัย ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม มุ่งลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ เพราะการกินเจไม่ใช่แค่ไม่มีเนื้อสัตว์แต่ต้องเพื่อสุขภาพที่ดี เพราะการบริโภคอาหารเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยโรคไม่ติดต่อ 

วันนี้ (10 ต.ค.69) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เทศกาลกินเจปี 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569 กรมควบคุมโรคขอชวนคนไทย “กินเจอย่างรู้ทัน และปลอดภัย” เพราะปีนี้นอกจากการละเว้นเนื้อสัตว์และรับประทานอาหารตามธรรมเนียมแล้ว จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการหันมาใส่ใจสุขภาพ แต่สิ่งสำคัญการไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกเมนูจะดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารเจที่ผ่านการทอดหรือแปรรูป และอาจมีการใช้เครื่องปรุงรส น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูง เช่น ต้มจับฉ่าย พะโล้เจหมี่ซั่ว เผือกทอด ซึ่งหากรับประทานเป็นประจำหรือในปริมาณมาก อาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อ ประชาชนและผู้ป่วยควรให้ความสำคัญเลือกรับประทานอาหารเป็นพิเศษในปริมาณที่เหมาะสม เพราะกินเจได้บุญแล้วต้องได้สุขภาพที่ดี

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับประทานอาหารเจควรมีการระมัดระวัง เพราะอาหารเจที่พบได้ทั่วไปมีทั้ง ผัด ทอด และแปรรูป เช่น โปรตีนเกษตรที่ผ่านการแปรรูป รวมถึงอาหารสำเร็จรูป ซึ่งบางเมนูอาจมีการใช้ซีอิ้ว ซอสปรุงรส เต้าเจี้ยว ซึ่งในเครื่องปรุงรสมักมีโซเดียมแฝง หากรับประทานอาหารที่มีโซเดียมแฝงมากเกินไป หรือเติมเครื่องปรุงจำนวนมาก อาจทำให้ได้รับโซเดียมสูงเกินกว่าที่ควรได้รับต่อวัน โดยองค์การอนามัยโลกกำหนด คือ โซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน รวมถึงอาหารเจที่มีน้ำมันมาก ขนมและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด ทำให้ได้รับพลังงานที่ต้องการต่อวันมากเกินความจำเป็น

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรให้ความสำคัญกับเลือกอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน ไอศกรีม และเบเกอรี่ ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด แกงกะทิ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ควรจำกัดการรับประทานอาหารที่มีโซเดียม เลี่ยงการเติมเกลือ ซอสปรุงรส งดอาหารหมักดอง และระวังอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ส้ม ผักสีเข้มต่าง ๆ ฟักทอง ชะอม มะเขือเทศ และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง 

แพทย์หญิงวรยา เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวเน้นย้ำว่า คนไทยสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ จากการเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย เน้นผักและผลไม้ อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ลดการเติมเครื่องปรุง เลี่ยงอาหารที่มีการผัด ทอด ควรเปลี่ยนเมนูเป็น ต้ม นึ่ง ย่างแทน อ่านฉลากโภชนาการ มองหาเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพก่อนการเลือกซื้อ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 8 – 10 แก้วต่อวัน และควรขยับร่างกายหรือมีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายอย่างน้อย 30นาทีต่อวัน หรือสะสม 150 นาที ต่อสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงในระยะยาว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง