ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งระหว่างประสบภัยและการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งนำกำลังบุคลากรและทักษะวิชาชีพของอาชีวศึกษาเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ผ่านศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it Center และกิจกรรม Fix it–จิตอาสา ระดมครู บุคลากร นักเรียน และนักศึกษา ลงพื้นที่ซ่อมแซมสิ่งของจำเป็นและเครื่องมือประกอบอาชีพ มุ่งลดภาระรายจ่าย ฟื้นฟูการทำมาหากินและช่วยให้ประชาชนกลับมาตั้งหลักได้โดยเร็ว
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า น้ำลดแล้ว แต่ภาระของประชาชนยังไม่ลดตาม ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสีย รถที่ใช้ไปทำงานไม่ได้ และเครื่องมือทำกินที่จมน้ำ การซ่อมสิ่งของเหล่านี้ให้กลับมาใช้งานได้ จึงมีความหมายมากกว่าการได้ของคืน แต่คือการช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องแบกรับค่าซื้อใหม่ทั้งหมด และมีโอกาสกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง นี่คือประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้จาก Fix it Center
สำหรับการให้บริการ ครอบคลุมงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรวจสอบและซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซ่อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ เครื่องมือทางการเกษตร ปั๊มน้ำ และงานซ่อมแซมบ้านเรือนตามศักยภาพของแต่ละหน่วยบริการ พร้อมจัดทีมช่างอาชีวะจิตอาสาเข้าช่วยเหลือในชุมชน เพื่อให้การฟื้นฟูตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า การช่วยเหลือดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในภารกิจ “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” โดยรายงานพื้นที่บริการประชาชน ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ระบุว่า มีจุดบริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 59 จุด ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร จากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 16 แห่ง หน่วยงานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 24 หน่วยงาน และหน่วยงานอาชีวศึกษา 19 หน่วยงาน โดยมีทั้งบริการซ่อมแซม การแพทย์และสาธารณสุข อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตามจุดบริการ
ขณะที่ผลงานในจังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์อำนวยการ Fix it–จิตอาสา สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง รายงานผลสะสมระหว่างวันที่ 28 กันยายน–8 ตุลาคม 2569 รวม 11 วัน มีการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 1,059 ชิ้น รถจักรยานยนต์ 510 คัน เครื่องมือทางการเกษตร 120 ชิ้น และปั๊มน้ำ 71 เครื่อง พร้อมช่วยซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 26 หลังคาเรือน ควบคู่กับการช่วยขนย้ายประชาชน จัดที่พัก และประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานเหล่านี้สะท้อนพลังของอาชีวะที่นำความรู้จากห้องเรียนมาแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซ่อมได้ช่วยลดภาระในบ้าน รถที่กลับมาใช้ได้ช่วยให้เดินทางไปทำงาน และเครื่องมือเกษตรที่ฟื้นคืนมาช่วยให้เริ่มทำมาหากินได้อีกครั้ง ขอขอบคุณครู นักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่นำฝีมือและหัวใจจิตอาสามาช่วยให้ประชาชนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการรับความช่วยเหลือในทุกจังหวัด สามารถติดต่อสอบถามศูนย์ Fix it Center ได้ที่สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัยการอาชีพใกล้บ้าน เพื่อขอข้อมูลจุดบริการและประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและช่องทางติดต่อของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา www.vec.go.th หรือเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา” และ “Fix it Center” รวมทั้งสายด่วนกระทรวงศึกษาธิการ โทร. 1579








