นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการและนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เน้นการจัดบริการทางการแพทย์ดูแลช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยและผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสมและปลอดภัย พร้อมเร่งฟื้นฟูสถานพยาบาล โครงสร้างและระบบขับเคลื่อนต่างๆ เมื่อน้ำลดให้กลับมาพร้อมบริการ ล่าสุด สถานพยาบาลที่หยุดให้บริการมีจำนวนลดลงเหลือ 37 แห่ง กลับมาเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นรวม 115 แห่ง และเปิดบริการบางส่วน 18 แห่ง เฉพาะโรงพยาบาลที่ยังต้องติดตามใกล้ชิด มีหยุดบริการ 2 แห่งคือ โรงพยาบาลประจันตคาม และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กลับมาเปิดบริการบางส่วนได้ 2 แห่ง และเปิดบริการตามปกติแล้ว 6 แห่ง ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะเริ่มส่งคืนพื้นที่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ และกลับมาเปิดบริการที่โรงพยาบาล ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ แม้จะยังไม่สามารถเปิดบริการแบบ Full Function เนื่องจากต้องฟื้นฟูระบบต่างๆ ให้กลับคืนมาก่อน แต่จะทยอยขยายเปิดบริการได้อย่างเต็มที่ภายใน 16 ตุลาคมนี้
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเขตสุขภาพที่ 5 ล่าสุดได้รับรายงานว่า มีน้ำเอ่อท่วมบริเวณรอบ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี และพื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วน ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการให้บริการบางส่วน แต่ยังไม่พบความเสียหายต่ออาคารหรือครุภัณฑ์ โดย รพ.ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมอุดท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าอาคาร เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ และงดให้บริการศูนย์ส่องกล้องรวมถึง MRI ชั่วคราว ควบคู่กับการดูแลบุคลากร กลุ่มเปราะบาง และสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน ตลอดจนเดินหน้าตามแผนความต่อเนื่องทางการบริหารงาน (BCP) เพื่อรับมือฝนตกหนักช่วงวันที่ 11–12 ตุลาคมนี้
สำหรับการให้บริการทางการแพทย์ในภาพรวมได้ดำเนินการสะสมแล้ว 346,684 ครั้ง ดูแลกลุ่มเปราะบางรวม 103,991 ราย คัดกรองสุขภาพจิตสะสม 44,451 ราย เครียดสูง 1,758 ราย เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 127 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 15 ราย จัดบริการดูแลตามระบบ 593 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สะสม 499,297 รายการ และสนับสนุนการให้บริการศูนย์พักพิงที่ยังคงเปิดบริการ 310 แห่ง ผู้รับบริการ 10,156 ราย
ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้เข้าร่วมประชุมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เพื่อร่วมขับเคลื่อนใน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.การเชื่อมโยงข้อมูลกลุ่มเปราะบาง บูรณาการฐานข้อมูลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผ่านระบบแผนที่ GIS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือและอพยพ 2.การลงพื้นที่ร่วมกับจังหวัดและ ปภ. เพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลหนองจิกซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำทุกปี และ 3.การจัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงหรือโรงพยาบาลสนามหากเกิดสถานการณ์รุนแรง ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อสถานพยาบาล คุ้มครองกลุ่มเปราะบางและรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการสุขภาพในภาวะอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ








