“แรงงาน ศึกษาฯ คมนาคม พาณิชย์” เร่งบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมรถ ฟื้นฟูบ้าน ลดค่าครองชีพ

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกันออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยผ่านโครงการ “ศูนย์ซ่อมสร้างสุข” เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์ดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุอุทกภัยจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดส่งทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้บริการแก่ผู้ประสบภัยไปแล้วรวมทั้งสิ้น 16,557 ราย ซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 2,568 คัน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า 1,655 ชิ้น และซ่อมแซมเครื่องมือการเกษตรและอุปกรณ์อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทีมงานยังคงเดินหน้าให้บริการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบ นายจุลพันธ์ ได้เน้นย้ำและสั่งการให้ทีมงานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปักหลักช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างเต็มกำลัง และให้ดำเนินการตั้งศูนย์ซ่อมสร้างสุขเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่จะสิ้นสุดและเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งนำกำลังบุคลากรและทักษะวิชาชีพของอาชีวศึกษาเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ผ่านศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it Center และกิจกรรม Fix it–จิตอาสา ระดมครู บุคลากร นักเรียน และนักศึกษา ลงพื้นที่ซ่อมแซมสิ่งของจำเป็นและเครื่องมือประกอบอาชีพ มุ่งลดภาระรายจ่าย ฟื้นฟูการทำมาหากิน และช่วยให้ประชาชนกลับมาตั้งหลักได้โดยเร็ว โดยการให้บริการครอบคลุมงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรวจสอบและซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซ่อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ เครื่องมือทางการเกษตร ปั๊มน้ำ และงานซ่อมแซมบ้านเรือนตามศักยภาพของแต่ละหน่วยบริการ พร้อมจัดทีมช่างอาชีวะจิตอาสาเข้าช่วยเหลือในชุมชน เพื่อให้การฟื้นฟูตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในภารกิจ “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 มีจุดบริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 59 จุด ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ส่วนที่จังหวัดระยอง โดยศูนย์อำนวยการ Fix it–จิตอาสา สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง รายงานผลสะสมระหว่างวันที่ 28 กันยายน–8 ตุลาคม 2569 รวม 11 วัน มีการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 1,059 ชิ้น รถจักรยานยนต์ 510 คัน เครื่องมือทางการเกษตร 120 ชิ้น และปั๊มน้ำ 71 เครื่อง พร้อมทั้งช่วยซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 26 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการรับความช่วยเหลือในทุกจังหวัด สามารถติดต่อสอบถาม ศูนย์ Fix it Center ได้ที่สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัยการอาชีพใกล้บ้าน เพื่อขอข้อมูลจุดบริการและประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและช่องทางติดต่อของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา www.vec.go.th หรือเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา” และ “Fix it Center” รวมทั้งสายด่วนกระทรวงศึกษาธิการ โทร. 1579 โดยให้ประชาชนสอบถามวัน เวลา ประเภทงานซ่อม และเงื่อนไขการให้บริการก่อนนำสิ่งของเข้ารับบริการ พร้อมเตรียมรายละเอียดความเสียหาย ภาพถ่าย และข้อมูลติดต่อกลับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินและประสานความช่วยเหลือได้ตรงจุด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดศูนย์ “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ยานพาหนะและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจัดให้มีบริการ ตรวจเช็กสภาพฟรี และซ่อมฟรี ตามเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทกำหนด พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษารถหลังน้ำท่วมให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย พร้อมผนึกกำลังกับ ค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และศูนย์บริการรวม 29 ราย จัดมาตรการช่วยเหลือ ทั้งส่วนลดค่าอะไหล่ประมาณ 30% ค่าแรงสูงสุด 40% และตรวจเช็กสภาพรถฟรี รวมถึงบริการเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการบางราย เช่น เคลื่อนย้ายรถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและอะไหล่ โดยระยะเวลารับสิทธิเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้อำนวยความสะดวกกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหาย/ชำรุด สามารถขอรับทดแทนได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ และไม่จำเป็นต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงมาแสดง สามารถใช้สำเนาแทนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาและลดขั้นตอนในการดำเนินการ อีกทั้งยังได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ขยายระยะเวลาการดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถ ด้านใบอนุญาตขับรถ หรือการดำเนินการอื่น ในจังหวัดที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) พ.ศ. 2569 ให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ออกไป สำหรับผู้ที่ครบกำหนดระหว่าง วันที่ 28 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2569 ประชาชนสามารถใช้บริการออนไลน์ เช่น การชำระภาษีรถประจำปีผ่านทางเว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax Plus หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำชับกรมการค้าภายในให้เร่งประสานความร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และภาคเอกชน นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในชุมชนในราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลดสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดรถ Mobile นำสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดลงพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยกำหนดจุดจำหน่ายวันละ 2 จุด รวม 20 จุด ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00–20.00 น. เพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้ใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย โดยมีสินค้าจำหน่าย 10 หมวด รวมกว่า 30 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารและของใช้จำเป็นในชีวิต ประจำวัน อุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับฟื้นฟูบ้านเรือน นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังเตรียมขยายการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ระยะนำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 รวม 3,036 ครั้งทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจัดกิจกรรมพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 300 ครั้ง และภูมิภาค 76 จังหวัด รวม 2,736 ครั้ง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นจัดกิจกรรมในพื้นที่ชุมชนให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก ประชาชนสามารถตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่จำหน่ายสินค้าได้ทางเว็บไซต์ www.dit.go.th และเฟซบุ๊ก “กรมการค้าภายใน DIT”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง