นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สารอะฟลาท็อกซิน สามารถพบได้ในอาหารแห้งถั่วพริกป่น หรือในอาหารกระป๋อง ถือเป็นความเสี่ยงและส่งผลต่อความปลอดภัยในอาหาร เป็นสารพิษที่มีความทนทานต่อความร้อนสูงการต้ม นึ่ง หรือปรุงอาหารด้วยความร้อนในระดับปกติทั่วไปไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้ หากได้รับสารนี้สะสมในร่างกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของตับ ก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบ เซลล์ตับถูกทำลายและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับได้ เพื่อป้องกันอันตราย กรมอนามัยแนะนำร้านค้า ร้านอาหาร ครัวเรือน หรือสถานที่ดูแลเด็กเล็ก ดูแลผู้สูงอายุที่มีการปรุงประกอบอาหาร ให้ระมัดระวังการเก็บรักษาและการใช้วัตถุดิบหรือเครื่องปรุง แนะนำให้ดูวันหมดอายุและเปลี่ยนเครื่องปรุงให้สดใหม่อยู่เสมอ
สำหรับวิธีการเลือกซื้ออย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายจากสารอะฟลาทอกซิน ให้สังเกตลักษณะภายนอกก่อนซื้อควรเลือกอาหารแห้งที่มีความสด ใหม่ ไม่ชื้น ไม่มีรอยฝุ่นหรือสปอร์สีเขียว เหลือง หรือดำ ของเชื้อรา ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ให้สมบูรณ์ หากเป็นอาหารกระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่บุบ ไม่บวม ไม่เป็นสนิม และไม่มีรอยรั่วซึม ควรจัดเก็บในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ควรเก็บอาหารแห้งไว้ในที่แห้ง เย็น และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดโอกาสการเจริญเติบโตของเชื้อรา ควรทิ้งทันทีหากพบความผิดปกติ หากพบว่าถั่ว พริกแห้ง หรืออาหารมีกลิ่นหืน มีรสชาติแปลกไป หรือมีเชื้อราขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยให้ทิ้งทันที ไม่ควรตัดส่วนที่ขึ้นราออกแล้วนำส่วนที่เหลือมาปรุงอาหารต่อ เพราะสารพิษอาจแพร่กระจายไปทั่วทั้งภาชนะแล้ว








