ผู้นำโลกชูวิสัยทัศน์ “Small AI” เสนอทุกรัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและทักษะแรงงานรับมือปัญญาประดิษฐ์

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เปิดเวทีหารือวาระสำคัญด้านผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานโลก โดยนายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) เน้นย้ำการผลักดัน AI ขนาดเล็ก (Small AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและสร้างงานคุณภาพใน 5 ภาคอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ไฟฟ้า สนามบิน ก่อสร้าง การศึกษาและเกษตรกรรม

ขณะที่นางคริสตาลีน่า จอเจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าแม้ AI จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกได้ร้อยละ 3 และบรรเทาผลกระทบจากสังคมสูงวัย แต่จะเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานทั่วโลกถึงร้อยละ 40 และอาจสูงถึงร้อยละ 60 ในบางประเทศ ซึ่งนำไปสู่ความท้าทายด้านโครงสร้างการจ้างงานและการจัดเก็บภาษีของภาครัฐ สอดคล้องกับมุมมองของนายธาร์มัน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ที่เสนอให้ภาครัฐนำร่องใช้เทคโนโลยีโดยมุ่งทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อสร้างงานมากกว่าการทดแทนแรงงานอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ผู้นำโลกต่างเห็นพ้องให้รัฐบาลทุกประเทศ เร่งเตรียมความพร้อมเชิงโครงสร้าง ทั้งการปฏิรูปการศึกษา การอัปสกิลแรงงาน การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการตั้งรับภัยไซเบอร์ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เกิดความยั่งยืนและเป็นธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง