นิทรรศการ Royal Pavilion ภายใต้แนวคิดพระราชปณิธานอันทรงคุณค่า  เสริมพลังประชาชน เชิดชู วิสัยทัศน์เศรษฐกิจพอเพียง

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดนิทรรศการ Royal Pavilion ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 ภายใต้หัวข้อ ”The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience” “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า : เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง”ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา วิสัยทัศน์ดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นความพอประมาณ ความมีเหตุผลและการมีภูมิคุ้มกัน เพื่อช่วยให้สังคมสามารถรับมือกับความท้าทายในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง การพัฒนาตามแนวทางนี้ไม่ได้วัดผลความก้าวหน้าเพียงแค่การเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงความเข้มแข็งของชุมชน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการเผชิญกับความท้าทายในอนาคตอย่างยั่งยืน

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสใกล้ถึงวาระครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในปี 2570 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การส่งเสริมชาวเขาปลูกกาแฟทดแทนฝิ่น การบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในฤดูแล้งและการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งให้ชาวประมงมีแหล่งทำกิน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานเหล่านี้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงความก้าวหน้าผ่าน 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1: Digital Public Infrastructure แสดงความก้าวหน้าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น พร้อมเพย์, QR Code ข้ามพรมแดน และการใช้เทคโนโลยีช่วยให้รายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงิน โซนที่ 2: Climate Resilience นำเสนอแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการน้ำ แผนที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง และชุมชนคาร์บอนต่ำ และ โซนที่ 3: Longevity จัดแสดงระบบสุขภาพ เศรษฐกิจสุขภาวะ อสม., Wellness, การแพทย์แม่นยำ และผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทย พร้อมทั้งสอดแทรกเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการตกแต่งห้องประชุมด้วยผ้าทอพื้นเมือง 37 ลายจาก 26 ชุมชน และการจัดเตรียมอาหารจากทุกภูมิภาค เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสถึงมรดกการพัฒนาของไทยอย่างลึกซึ้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง