ยกระดับ“อุทยานแห่งชาติภูเวียง”ท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยไดโนเสาร์หนุนงบประมาณ

นายยงยุทธ์ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาวิจัยและการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูง จึงได้จัดสรรงบประมาณ สำหรับสนับสนุนการศึกษาวิจัยหลุมขุดค้นที่ 11 เพื่อสนับสนุนการสำรวจ ศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ อันจะนำไปสู่การยกระดับพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวด้านธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญ สามารถสร้างคุณค่าให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางนิเวศอย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกรมทรัพยากรธรณี ได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์มาอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ.2567-2569 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี 

ด้านนายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง พร้อมด้วยคณะนักวิจัย นำโดย อ.ดร.วราวุธ สุธีธร นักบรรพชีวินวิทยาคนแรกของประเทศไทย และ อ.ดร.สุรเวช สุธีธร จากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ดำเนินงานขุดค้น ณ หลุมขุดค้นที่ 3 (ห้วยประตูตีหมา) โดยผลการดำเนินงานล่าสุด ขุดพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์มากกว่า 270 ชิ้น ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ เกือบเท่าตัว จากการศึกษาเปรียบเทียบกับซากดึกดำบรรพ์ ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Museum für Naturkunde Berlin) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พบว่า เป็น “ไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชขนาดใหญ่ชนิดใหม่ของโลก” ในวงศ์บราคิโอซอริเด มีความยาวประมาณ 20 – 25 เมตร 

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้สนใจ เข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ใต้ร่มเงาแห่งธรรมชาติและประวัติศาสตร์โลกยุคดึกดำบรรพ์ ณ อุทยานแห่งชาติภูเวียง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง