นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือกับนาย Sjoerd Sjoerdsma รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ณ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (European Union: EU) ตลอดจนทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสถานการณ์การค้าโลก
ทั้งสองฝ่ายย้ำความมุ่งมั่นที่จะเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย–EU ให้สามารถสรุปผลได้ภายในปี 2569 โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างความรวดเร็วกับคุณภาพของความตกลง และคำนึงถึงการสร้างการยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งนี้ ภายหลังการเจรจารอบที่ 10 มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดตลาดและประเด็นเชิงนโยบายที่ต้องหารือกันต่อไป
ฝ่ายไทยขอให้เนเธอร์แลนด์ในฐานะประเทศสมาชิก EU สนับสนุนการเจรจา โดยพิจารณาเพิ่มความยืดหยุ่นในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญของไทย ได้แก่ ข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋อง โดยคำนึงถึงปริมาณโควตาที่เหมาะสมและเปรียบเทียบกับสิทธิที่ EU ให้แก่ประเทศคู่ FTA อื่นในภูมิภาค เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและภาคธุรกิจไทย
ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการสร้างสมดุลด้านการเปิดตลาดระหว่างผลประโยชน์ด้านสินค้าเกษตรกับการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม โดยนายวีระพงษ์เน้นย้ำว่า ผลลัพธ์ด้านการเปิดตลาดที่ชัดเจนมีความสำคัญต่อการสร้างการยอมรับจากภาคธุรกิจและประชาชน ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความสมดุลของความตกลง
นอกจากนี้ ฝ่ายเนเธอร์แลนด์ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมและการผลิตส่วนเกินที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน รวมถึงการควบคุมสินค้าที่อาจนำไปใช้ได้สองทาง (dual-use items) พร้อมย้ำความสำคัญของสถานการณ์ในยูเครนต่อเนเธอร์แลนด์และ EU
ภายหลังการหารือ นายวีระพงษ์ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเปิดที่ทำการแห่งใหม่ของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายภาคธุรกิจไทยและเนเธอร์แลนด์ที่เข้าร่วมงาน อาทิ FrieslandCampina (Foremost), East-West Seed, Signify, KLM, Central Group, Indorama Ventures, SCG และ Thai Union
ฝ่ายไทยเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการเป็นประเทศคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง พร้อมส่งเสริมกติกาการค้าที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น รวมถึงแนวทางดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ยานยนต์ไฟฟ้า การยกระดับห่วงโซ่มูลค่าในภาคเกษตรและอาหาร และพลังงานสะอาด
เนเธอร์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยใน EU โดยในปี 2568 ไทยและเนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกันกว่า 7,967.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 1.16 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยส่งออก 7,019.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 948.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ (1) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (2) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ (3) เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ (4) แผงวงจรไฟฟ้า และ (5) เนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้
ส่วนสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ (1) แผงวงจรไฟฟ้า (2) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (3) เคมีภัณฑ์ (4) ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และ (5) เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์








