กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (พค.) บูรณาการความร่วมมือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สนับสนุนกำลังคนด้านกฎหมายและข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึกปราบปรามนอมินีและธุรกิจผิดกฎหมาย เบื้องต้น พค.จะจัดตั้งทีมกฎหมายให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะด้านของกรมฯ และร่วมกันตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อส่งต่อ เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึก โดยใช้ข้อมูลจากระบบ DBD DataWarehouse+ ของกรมฯ ตรวจสอบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายหรือเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) และธุรกิจที่ดำเนินการผิดกฎหมาย ตัดต้นตอ..ปัญหานิติบุคคลและตัวบุคคลกระทำความผิดตั้งแต่ด่านแรกที่เข้าเมือง
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วานนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569) ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) นำโดย พันตำรวจโทอิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รองผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และคณะ ถึงความร่วมมือและการสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นต่อการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) และธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้กรมฯ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ สร้างกลไกเฝ้าระวังและดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำความผิด ปกป้องผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริต และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยประเด็นความร่วมมือและการให้การสนับสนุนที่ทั้ง 2 หน่วยงานเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย
1. สนับสนุนเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมฯ ซึ่งปัจจุบัน กรมฯ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามนอมินีหลายฉบับ เช่น 1.1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1.2) พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 1.3) พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 1.4) พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และ 1.5) พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 ฯลฯ ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่นักกฎหมายของกรมฯ พร้อมให้คำปรึกษาและอธิบายข้อกฎหมาย ตลอดจนการตีความกฎหมายเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมย์ของกฎหมาย ทั้งนี้ กรมฯ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยจะจัดตั้งทีมที่ปรึกษากฏหมายเป็นการเฉพาะ คอยให้คำปรึกษา แนะนำ ตัวบทกฎหมายของกรมฯ แก่เจ้าหน้าที่ สตม. เพื่อให้การปฏิบัตงานเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ
2. สนับสนุนข้อมูลนิติบุคคลจากระบบ DBD DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจ) ของกรมฯ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ สตม.ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่อาจหรือเข้าข่ายการกระทำความผิด ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ สตม.สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องส่งเป็นหนังสือเพื่อขอข้อมูลดังกล่าวจากกรมฯ เป็นการลดขั้นตอนการติดต่อราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของทั้ง 2 หน่วยงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลธุรกิจของกรมฯ เป็นแกนกลางคอยประสานงานให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานระบบฯ เพื่อให้ DBD DataWarehouse+ เป็นหนึ่งในเครืองมือสำคัญในการอำนวยความสะดวกการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ สตม. เพื่อสืบค้นข้อมูลนิติบุคคลได้ทันต่อสถานการณ์ นอกจากนี้ กรมฯ และ สตม.จะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อส่งต่อและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน ตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล รวมถึง ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
กรมฯ พร้อมให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก และให้ความร่วมมือกับ สตม. และพันธมิตรทุกหน่วยงาน โดยกรมฯ พร้อมเป็นทั้งหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุนในการป้องกัน/ปราบปรามนอมินีและธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับมหภาคและเป็นสาเหตุหลักในการทำลายบรรยากาศที่ดีต่อการประกอบธุรกิจ ตลอดจนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย และรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ
อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย “ทั้งนี้ ปัญหานอมินีและธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย เป็นปัญหาเรื้อรังระดับชาติที่ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขและขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทุเลาเบาบางลงและหมดสิ้นไป ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับปัญหาฯ ดังกล่าวเป็นลำดับต้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรบังคับใช้กฎหมายเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายไทย ซึ่งกรมฯ เป็นหน่วยงานนำวิถีชี้เป้าหน่วยงานราชการอื่นๆ ทำหน้าที่ปราบปรามหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังคงรักษาสมดุลในการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายควบคู่กันไปด้วย”








