แนวทางการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่ถูกวิธี ชูหลัก “ไม่รัด ไม่มัด ไม่กักขัง ไม่ทำร้าย”

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมและมีภาวะจิตเวชในขณะนี้ กรมการแพทย์ได้จัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ สมาคมโรคสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย และชมรมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและประสาทจิตเวชศาสตร์ไทย เพื่อกำหนดข้อแนะนำในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่เหมาะสมสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป 

สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อม อาจจะไม่ใช่เพียงแค่การหลงลืม แต่อาจแสดงออกผ่านปัญหาพฤติกรรมและอาการทางจิตจากภาวะสมองเสื่อมที่สังเกตได้ตามกลุ่มอาการต่างๆ เช่น มีอาการเฉยเมยไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น เศร้า ร้องไห้บ่อย หรือหงุดหงิดง่าย มีอาการกระสับกระส่าย ควบคุมการกระทำได้ยาก คำพูดหรือการวางตัวเปลี่ยนไปไม่เหมาะสม รวมถึงการเห็น ได้ยิน หรือเชื่อสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวเพิ่มเติม ถึงข้อควรทำและไม่ควรทำในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อม รวมถึงแนวทางการเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม เพื่อให้ครอบครัว ผู้ดูแล และผู้ประกอบการสถานดูแลเข้าใจตรงกัน ว่า การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม หลักสำคัญคือ ความเข้าใจและความใส่ใจ โดยเริ่มต้นจากการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ หรือความเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวหรือโวยวาย ให้ยึดหลักง่ายๆ คือ “ตั้งสติ หยุดกิจกรรม เว้นระยะ และขอความช่วยเหลือ” โดยไม่ควรใช้กำลัง หรือใช้วิธียื้อยุด และควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทางร่างกาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม

สำหรับวิธีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ให้ยึดหลักดูแลด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และเคารพศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ  โดย “ไม่รัด ไม่มัด ไม่กักขัง และไม่ทำร้าย” หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การดุด่า การบังคับ หรือการให้ยานอนหลับ แต่ให้เปลี่ยนมาเป็นการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันการพลัดหลงโดยไม่ขัง สื่อสารด้วยคำพูดสั้นๆ สุภาพ ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล และคอยรับฟังความรู้สึกเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจ พร้อมทั้งใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด 

หากผู้สูงอายุไม่สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดิมได้ ก่อนตัดสินใจเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุ ครอบครัวควรไปดูสถานที่จริง ตรวจสอบใบอนุญาต และแจ้งรายละเอียดสุขภาพของผู้ป่วยให้ครบถ้วน พร้อมทั้งตรวจสอบ 5 เรื่องสำคัญให้มั่นใจ ได้แก่ สถานที่ปลอดภัย สะอาด มีแสงสว่าง มีราวจับและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสม  มีผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเพียงพอ ทั่วถึงทั้งกลางวันและกลางคืน มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อชะลอความเสี่อม มีระบบดูแลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีระบบติดต่อสื่อสารและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ป่วยสำหรับญาติและมีการจัดเตรียมอาหารและน้ำที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมกับโรคประจำตัวและการกลืนของผู้ป่วย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและเข้าใจอย่างแท้จริง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง