พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานด้านการจราจรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างวินัยจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน ตามนโยบายหลักของ ผบ.ตร. โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องไม่ปิดบังใบหน้า ไม่สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ห้ามเรียกตรวจแบบซุ่มจับ การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องสุภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ประกอบด้วย การตรวจสอบประวัติการขับขี่ของผู้ขับขี่ผ่านระบบ PTM (Police Ticket Management) ก่อนพิจารณาดำเนินการทุกครั้ง โดยยึดหลักการตักเตือนก่อนเปรียบเทียบปรับ หากพบการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการปรับตามกฎหมายแบบขั้นบันไดและจะเพิ่มอัตราโทษจนถึงระดับสูงสุดหากยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำอีก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การเตือนก่อนปรับ ไม่เจาะจงข้อหาว่าข้อหาใดต้องเตือนก่อน แต่ตำรวจจราจรใช้ดุลพินิจว่าการกระทำผิดกฎหมายจราจรนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใดหรือไม่ เช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หากขับไปชนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ การแข่งรถใน หรือการเมาแล้วขับ ลักษณะนี้ก็ต้องดำเนินคดีเพราะเป็นข้อหาที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น
รวมทั้งยังเน้นการนำเทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการตรวจจับ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน ส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้








