ประเทศไทยปิดฉากการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี 2569 ของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อย่างประสบความสำเร็จ โดยมีผู้เข้าร่วมเกือบ 20,000 คนจากทั่วโลก

ประเทศไทยปิดฉากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ด้วยความสำเร็จ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเกือบ 20,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก การประชุมประจำปี 2569 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 18 ตุลาคม ได้เสร็จสิ้นลงพร้อมพิธีลงนามข้อตกลงการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี 2029 ระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลุ่มธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ โดยการประชุมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่กรุงอาบูดาบี

ในพิธีดังกล่าว นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) นางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และนายโมฮัมเหม็ด บิน ฮาดี อัล ฮุสไซนี รัฐมนตรีแห่งรัฐว่าด้วยกิจการการเงินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์

จากนั้น มีการจัดงานเลี้ยงขอบคุณทีมงาน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากคนเพียงกลุ่มเดียว แต่สะท้อนผ่านสุภาษิตที่ว่า “ต้องใช้คนทั้งหมู่บ้านในการเลี้ยงเด็กหนึ่งคน” ซึ่งในบริบทนี้หมายถึงความร่วมมือของคนทั้งประเทศ ทั้งทีมงานจาก IMF ธนาคารโลก และสำนักงานเลขาธิการ ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับทีมงานไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ความสำเร็จดังกล่าวยังเกิดจากผู้คนเบื้องหลังอีกมากมาย ตั้งแต่ทีมเตรียมอาหารและกาแฟ อาสาสมัคร ไปจนถึงชุมชนต่าง ๆ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันตกแต่งสถานที่ แม้บางคนอาจไม่มีโอกาสพบกับผู้แทนเลยแม้แต่คนเดียว แต่ผลงานของทุกคนมีส่วนสำคัญในการสร้างความประทับใจระดับสากล

นอกเหนือจากความราบรื่นในการจัดงานและการอภิปรายประเด็นสำคัญต่าง ๆ แล้ว การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ยังเป็นสิทธิพิเศษที่น่าภาคภูมิใจของไทยในการร่วมกำหนดมาตรฐานระดับโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ร่วมกัน งานประชุมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความประทับใจด้านการจัดงานและการต้อนรับอันอบอุ่น แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยเฉพาะอาหารไทยที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน พร้อมทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกซาบซึ้งต่อช่วงเวลาแห่งความทรงจำตลอด 35 ปีที่ผ่านมา

สำหรับภาพรวมการจัดงานประชุมนานาชาติครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเสียงตอบรับและคำชื่นชมอย่างมากจากผู้เข้าร่วมทั่วโลก โดยนายอาเจย์ บังกา ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความประทับใจจากการเดินทางมาประเทศไทยเมื่อปี 2529 หรือเกือบ 40 ปีก่อน และการกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมกล่าวชื่นชมว่าการจัดประชุมของไทยเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งด้านการต้อนรับและการอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาคเอกชนในการนำผู้เข้าร่วมประชุมไปสัมผัสวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ไทย เช่น ผ้าไหมไทยและงานศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ ซึ่งสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดีแก่แขกผู้มาเยือน

สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการหารือในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ ทิศทางเศรษฐกิจโลก การรับมือกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของคนและแรงงาน เพื่อให้สามารถปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโครงสร้างประชากรในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง