รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ติดตามความเสียหายจากอุทกภัยของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมสั่งเร่งสำรวจและขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ พร้อมกำชับตรวจวิเคราะห์น้ำ ซากปลา สารพิษ และโลหะหนัก เพื่อหาสาเหตุกรณีปลาช็อกน้ำตาย

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสัตว์น้ำช็อกค่าน้ำ หรือ “น็อคน้ำ” หลังเกิดอุทกภัย โดยน้ำหลากได้ชะล้างสารอินทรีย์ ตะกอน และสิ่งสะสมลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้เกิดความขุ่นสูง ค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับค่า pH และอุณหภูมิที่ผันผวน ส่งผลให้สัตว์น้ำเกิดภาวะน็อคน้ำ

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีเกษตรกรได้รับความเสียหายกว่า 4,300 ราย เป็นพื้นที่บ่อเลี้ยงรวมกว่า 58,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 95 ล้านบาท และพื้นที่เพาะเลี้ยงในกระชังและกบ 75 ราย พื้นที่รวมเกือบ 30,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท

ในจังหวัดปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา มีพื้นที่เกษตรกรได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ทั้งบ่อกุ้งและบ่อปลา เช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ ขณะนี้จังหวัดอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายก่อนดำเนินการชดเชยเยียวยา จึงสั่งการให้เร่งสำรวจและขึ้นทะเบียน โดยให้สำนักงานประมงจังหวัดและอำเภอลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินให้ครอบคลุม และดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาการเปิดรับแบบ กษ.01 ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ พร้อมกำชับให้เร่งเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาถึงมือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

สำหรับแผนฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัย กรมประมงจะปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชุมชน รวมถึงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพกว่า 1,100 ล้านตัว มากกว่า 35 ชนิดพันธุ์ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ 4,700 แห่ง และแหล่งน้ำชุมชน 100 แห่ง รวมถึงการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งกว่า 397 ล้านตัว

นอกจากนี้ ยังมีโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ปลาตะเพียนทอง ปลาสร้อยขาว และปลากระแห เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาเริ่มต้นประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้อีกครั้งโดยเร็วหลังน้ำลด

กรณีเกษตรกรตั้งข้อสงสัยว่าภาวะสัตว์น้ำช็อกค่าน้ำอาจเกิดจากมลพิษสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้ปลาตายจำนวนมากนั้น ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ หากพบว่าน้ำปนเปื้อนสารเคมี จะสั่งการให้กรมประมงเป็นเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำปนเปื้อนสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งผลการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งจากซากปลา สารพิษ และสารโลหะหนัก หากพบว่าสาเหตุเกิดจากการกระทำของมนุษย์หรือมีการลักลอบปล่อยน้ำเสีย ให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องประโยชน์ของเกษตรกร

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้ประมงจังหวัดร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เร่งรวบรวมข้อมูลความเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีที่ความเสียหายรุนแรงเกินวงเงินช่วยเหลือตามปกติ ให้เร่งจัดทำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษโดยเร็วที่สุด

ในเบื้องต้น จะให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกจุด เพื่อระบุพื้นที่หรือบ่อที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยสาร และจำกัดขอบเขตความเสียหายไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นของจังหวัด อีกทั้งสั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินโครงการฟื้นฟูแม่น้ำปราจีนบุรี โดยนำพันธุ์ปลาประจำถิ่นที่เหมาะสมมาปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรประมงและรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมจัดให้มีระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากความเสียหายซ้ำรอย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง