กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาชน

กรมชลประทานเดินหน้าปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท อย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณฝนในพื้นที่ตอนบนลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย ล่าสุดเตรียมทยอยลดการระบายน้ำจาก 1,800 เหลือ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ข้อมูลล่าสุดวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,466 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี Ct.19 แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +15.75 เมตร รทก. โดยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์

กรมชลประทานจะทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. โดยลดเฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 1,800 เหลือ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังคงบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ยังมีน้ำสะสม โดยประสานหน่วยงานในพื้นที่และสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 20–23 ตุลาคมนี้ กรมชลประทานจึงยังคงเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำเติมพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมขัง

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง พร้อมขอให้ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง