เสน่ห์อันชวนหลงใหลใต้ผืนป่าดิบชื้นทางภาคใต้ของประเทศไทย สะท้อนผ่านแผ่นใบรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ด้านล่างปกคลุมด้วยนวลสีขาวสะอาดตาอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นที่มาของชื่อ “ทังหลังขาว” หรือที่รู้จักกันในนาม เจ้าเมืองถลาง ชิงหลังขาว ทังหลังขาว และพระยาถลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kerriodoxa elegans J.Dransf. จัดอยู่ในวงศ์ปาล์ม (Arecaceae) โดยชื่อสกุล Kerriodoxa ตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึง ดร. เอ.เอฟ.จี. เคอร์ (Dr. A.F.G. Kerr) ผู้บุกเบิกงานพฤกษศาสตร์ในประเทศไทย ปาล์มชนิดนี้เป็นลำต้นเดี่ยว แยกเพศต่างต้น สูงได้ตั้งแต่ 1–10 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 18–25 เซนติเมตร ใบเรียงหนาแน่นบริเวณยอด ก้านใบยาว 1.5–3 เมตร ขอบคม โคนก้านปราศจากเส้นใย แผ่นใบพับจีบได้มากกว่า 100 จีบ แฉกลึกน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ช่อดอกออกตามซอกใบแบบแยกแขนง โดยช่อดอกเพศผู้จะโค้งลง ขณะที่ช่อดอกเพศเมียชี้ตั้งตรง ผลมีรูปทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5–5 เซนติเมตร
เมื่อสุกจะมีสีส้มสด ผิวมีตุ่ม ข้อมูลทางระบบนิเวศระบุว่าหลังขาวเป็นพืชถิ่นเดียว (endemic species) ที่พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น โดยกระจายพันธุ์ตามที่ลาดชันและหุบเขาใกล้ลำธารระดับความสูงต่ำ ในพื้นที่เขาพระแทว จังหวัดภูเก็ต และเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี การดำรงอยู่ของปาล์มชนิดนี้จึงเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของป่าโบราณ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาวิจัยทางพฤกษศาสตร์ตลอดจนการวางแผนอนุรักษ์พันธุกรรมพืชหายากของประเทศไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ








