นายกฯ เดินหน้าปราบยาเสพติด สกัดต้นทาง ตัดวงจรผู้ค้า คุมเข้มกัญชาผิดกฎหมาย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการเร่งดำเนินการต่อแหล่งผลิตยาเสพติดก่อนลำเลียงเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค

สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดติดตามและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งระหว่างเข้าจับกุมเกิดเหตุยิงปะทะ ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ราย และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไอซ์ได้จำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจนับและตรวจสอบรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายผลตามกระบวนการต่อไป ขอชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญ ความรอบคอบ และความเป็นมืออาชีพ พร้อมฝากความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย ให้ดูแลความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มที่ และปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติด กรณีผู้เสพที่ครอบครองยาเสพติด เมื่อถูกจับกุมจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา แต่พบว่าบางรายกลับมากระทำผิดซ้ำหลังผ่านการบำบัดแล้ว จึงเห็นควรศึกษาเหตุปัจจัยให้รอบด้าน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันพิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายกัญชา เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกัญชาของประเทศไทยเป็นไปอย่างสมดุล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และการป้องกันการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด อาทิ ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการในทุกรูปแบบ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม สนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน โดยจะสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์และพัฒนาการทางวิชาการ เพื่อให้ต่อยอดการใช้กัญชาทางการแพทย์ไปสู่การสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจจากกัญชาทางการแพทย์ รวมถึงดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมมิให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด อันอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของกัญชา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน และให้ความสำคัญกับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม และกลุ่มลักลอบค้ากัญชาผิดกฎหมาย ทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยให้นำมติคณะกรรมการ ป.ป.ส. เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาของกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาไปต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด หากเป็นการส่งออกลำต้น ใบ หรือช่อดอกกัญชาในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ย่อมถือว่ามีความผิดตั้งแต่ต้นทาง ส่วนสารสกัด CBD ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรือเครื่องสำอาง ยังคงดำเนินการได้ภายใต้ข้อกำหนดการอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยต้องใช้ประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะด้านสุขภาพและการแพทย์ และไม่ดำเนินการนอกเหนือจากกรอบที่กฎหมายอนุญาต พร้อมกำชับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายกัญชา หากพบการจำหน่ายหรือดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ของใบอนุญาต โดยเฉพาะการจำหน่ายกัญชาเพื่อการสูบหรือสันทนาการ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตลอดจนตรวจสอบคุณสมบัติและการประกอบกิจการอย่างรอบคอบก่อนพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตในแต่ละปี

นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับกรมศุลกากรให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พร้อมให้ตรวจสอบประเภทสินค้าอย่างละเอียด เพิ่มประสิทธิภาพด้านการข่าว และเพิ่มความเข้มข้นในการสุ่มตรวจ เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ. 2566–2570) รวมถึงนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดกรอบมาตรการ 6 ด้าน เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่อไป ได้แก่

1. มาตรการป้องกันยาเสพติด

2. มาตรการปราบปรามยาเสพติด

3. มาตรการยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

4. มาตรการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด

5. มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ

6. มาตรการบริหารจัดการ

ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการร่างแผนยุทธการในการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน โดยกำหนดแนวทางดำเนินงานภายใต้ 4 มาตรการ ได้แก่ 1. การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการขยายผลด้านทรัพย์สิน 2. การแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด 3. การดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ 4. การเพิ่มแรงจูงใจในการปฏิบัติงานด้านยาเสพติด โดยให้เสนอร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แผนยุทธการในการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากปัญหายาเสพติด โดยมุ่งลดจำนวนผู้ค้าและปริมาณยาเสพติด ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด ตลอดจนแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่ครอบครองยาเสพติดจนส่งผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับคำยืนยันจากปลัดกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีความพร้อมในการบริหารจัดการและบังคับใช้กฎหมายที่เสนอแก้ไข แม้เป็นกรณีการครอบครองยาเสพติดในปริมาณน้อย ทั้งนี้ การดำเนินการต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของกระบวนการบำบัดรักษาควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย โดยการกำหนดนโยบายด้านยาเสพติดต้องยึดหลักวิชาการ ข้อเท็จจริง และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง