นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีพบปลาตายในแม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลกระทบต่อประชาชน โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงว่า อะลูมิเนียมเป็นธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และสามารถเข้าสู่แหล่งน้ำจากการชะล้างหรือการผุพังตามธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม อะลูมิเนียมอาจมีแหล่งกำเนิดจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและน้ำเสียเช่นกัน จึงยังไม่สามารถสรุปจากผลตรวจเพียงอย่างเดียวได้ว่าสารที่พบมีแหล่งกำเนิดจากที่ใด หรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปลาตายหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพิ่มเติม
กรมควบคุมมลพิษได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ถึงผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี โดยระบุว่าการรายงานข้อมูลก่อนหน้านี้มีความคลาดเคลื่อนจากการระบุตัวเลขแอมโมเนียและอะลูมิเนียมสลับกัน โดยค่าที่ถูกต้องคือ แอมโมเนีย 0.22–0.48 มิลลิกรัมต่อลิตร และอะลูมิเนียม 0.559–3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร กรมควบคุมมลพิษได้แก้ไขข้อมูลพร้อมกล่าวขออภัยประชาชนและสื่อมวลชน ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าวเป็นการปรับปรุงข้อมูลที่เผยแพร่ให้ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าปริมาณอะลูมิเนียมในแม่น้ำเพิ่งเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับปริมาณอะลูมิเนียมที่ตรวจพบ จำเป็นต้องประเมินอย่างรอบด้าน เนื่องจากผลกระทบต่อสัตว์น้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของน้ำ ทั้งค่าความเป็นกรด–ด่าง ความกระด้าง ปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ที่ละลายในน้ำ รูปแบบของอะลูมิเนียมที่ตรวจพบ และระยะเวลาที่สัตว์น้ำสัมผัสสารดังกล่าว จึงไม่ควรด่วนสรุปว่าค่าที่ตรวจพบอยู่ในระดับปลอดภัยหรือเป็นสาเหตุของการตายของสัตว์น้ำ โดยยังไม่มีข้อมูลประกอบครบถ้วน
ทั้งนี้ ตามแนวทางทางวิชาการของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (EPA) การประเมินระดับอะลูมิเนียมที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำจืดต้องพิจารณาร่วมกับสภาพน้ำในแต่ละพื้นที่ ไม่สามารถใช้เกณฑ์ตัวเลขเดียวกับทุกแหล่งน้ำได้ โดยเกณฑ์ดังกล่าวเป็นแนวทางทางวิชาการ และการพบอะลูมิเนียมตามธรรมชาติก็ไม่ได้หมายความว่าสารดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศหากมีปริมาณสูง
กรมควบคุมมลพิษมีแผนเก็บตัวอย่างตะกอนดินในแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขา ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อตรวจสอบการสะสมของสารมลพิษ ประเมินแหล่งที่มา และนำผลการตรวจวิเคราะห์มาประกอบการพิจารณาสาเหตุปลาตาย โดยจะตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนสรุปว่ามลพิษที่พบเกิดจากกระบวนการธรรมชาติหรือกิจกรรมของมนุษย์
สำหรับผลตรวจอะลูมิเนียมในน้ำ ข้อมูลระบุว่า หากไม่ได้ใช้น้ำเพื่ออุปโภคหรือบริโภคอย่างต่อเนื่อง จะไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงตามที่ชี้แจง โดยปกติร่างกายดูดซึมอะลูมิเนียมได้น้อยมาก อย่างไรก็ตาม หากจะนำน้ำมาใช้เป็นน้ำดื่มหรือน้ำใช้ ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนนำไปใช้ ทั้งนี้ จากการเก็บตัวอย่าง 5 จุด มี 2 จุดที่ต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่ จุดที่ 1 สะพานปากน้ำบ้านหนองหอย พบอะลูมิเนียม 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร และจุดที่ 2 สะพานแม่น้ำปราจีนบุรี ตำบลกบินทร์บุรี พบอะลูมิเนียม 0.874 มิลลิกรัมต่อลิตร
สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นต่อข้อมูลในอนาคต กรมควบคุมมลพิษจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ โดยทวนสอบตัวเลข ชนิดสาร หน่วยวัด จุดตรวจ และผลการวิเคราะห์กับรายงานต้นฉบับจากห้องปฏิบัติการ รวมถึงกำหนดให้มีการตรวจทานโดยทีมงานวิชาการและผู้รับผิดชอบก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ขณะเดียวกัน สำนักงานประมงจังหวัดปราจีนบุรีเปิดเผยผลตรวจสัตว์น้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี จำนวน 9 ตัวอย่าง ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 พบว่าปรอท แคดเมียม และตะกั่วไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ประเมินในทุกตัวอย่าง ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการติดตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะสารและตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ ไม่ใช่ผลประเมินอะลูมิเนียมในน้ำ และยังไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยของสัตว์น้ำทั้งหมดหรือสรุปสาเหตุปลาตายได้
รัฐบาลเข้าใจถึงความกังวลของประชาชนในพื้นที่ และขอยืนยันว่าการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างรอบคอบโดยยึดหลักวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ การพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาจากโรงงานอุตสาหกรรมเสมอไป แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือไม่มีผลกระทบต่อสัตว์น้ำ จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบที่เพียงพอ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถระบุสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
รัฐบาลจะติดตามการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษ กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และให้การแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีเป็นไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและการดูแลระบบนิเวศเป็นสำคัญ








