กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยใน 17 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งช่วยเหลือประชาชน และกำชับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่โดยเร็ว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และตรัง รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดย ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำจากภาคเหนือที่ไหลมาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยใน 17 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 56 อำเภอ 385 ตำบล 2,756 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 336,668 ครัวเรือน รวม 1,017,515 คน (ข้อมูล ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น.) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ภาคเหนือ
– จังหวัดพิษณุโลก พื้นที่อำเภอบางระกำ 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดนครสวรรค์ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชุมแสงและอำเภอท่าตะโก รวม 3 ตำบล 26 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 248 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดอุทัยธานี 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองฯ และอำเภอสว่างอารมณ์ รวม 11 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 240 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

ภาคตะวันออก
– จังหวัดนครนายก 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอองครักษ์และอำเภอบ้านนา รวม 12 ตำบล 117 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดปราจีนบุรี 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอศรีมโหสถ รวม 14 ตำบล 93 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,805 ครัวเรือน เสียชีวิต 26 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดฉะเชิงเทรา 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอเมืองฯ และอำเภอบางคล้า รวม 5 ตำบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,148 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดชลบุรี พื้นที่อำเภอพนัสนิคม รวม 5 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 428 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

ภาคกลาง
– จังหวัดลพบุรี พื้นที่อำเภอเมืองฯ รวม 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดสุพรรณบุรี 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอศรีประจันต์ อำเภอเมืองฯ อำเภอสามชุก อำเภออู่ทอง และอำเภอเดิมบางนางบวช รวม 56 ตำบล 553 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,298 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดกาญจนบุรี 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอเมืองฯ อำเภอสังขละบุรี อำเภอท่าม่วง อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอบ่อพลอย รวม 13 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 295 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดอ่างทอง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าโมก อำเภอเมืองฯ และอำเภอวิเศษชัยชาญ รวม 10 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 168 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอลาดบัวหลวง อำเภออุทัย อำเภอบ้านแพรก และอำเภอบางซ้าย รวม 149 ตำบล 1,006 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 57,449 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดสมุทรปราการ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเสาธงและอำเภอบางบ่อ รวม 6 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,100 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดนครปฐม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเลน อำเภอสามพราน และอำเภอนครชัยศรี รวม 49 ตำบล 396 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,153 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดราชบุรี 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธาราม อำเภอเมืองฯ อำเภอดำเนินสะดวก และอำเภอปากท่อ รวม 13 ตำบล 88 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,254 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
– จังหวัดสมุทรสงคราม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองฯ อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง

ภาคใต้
– จังหวัดตรัง พื้นที่อำเภอปะเหลียน รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

กรุงเทพมหานคร
– กรุงเทพมหานคร 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก รวม 14 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 168,203 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยอธิบดี ปภ. กำชับสำนักงาน ปภ. จังหวัดและศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ประสบภัยให้เร่งช่วยเหลือประชาชน ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบและดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง