หนึ่งเดียวในโลก! ลอยกระทงสายเมืองตาก งามระยับพันดวงประทีปกลางลำน้ำปิง

ชวนรู้จัก “ลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง” ประเพณีหนึ่งเดียวที่ผสานความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตชาวเมืองตากไว้ด้วยกัน เมื่อถึงคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง สายน้ำปิงในจังหวัดตากจะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากกระทงกะลามะพร้าวนับพันใบที่ล่องลอยเรียงต่อกันเป็นสาย เกิดเป็นภาพอันงดงามและเป็นเอกลักษณ์ของ “ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง” ประเพณีสำคัญของชาวจังหวัดตากที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทย และมีรูปแบบโดดเด่นเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ประเพณีลอยกระทงสายมีความเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะตำนานแม่กาเผือกและการฟั่นด้ายเป็นรูปตีนกา เพื่อระลึกถึงพระคุณของแม่กาเผือกผู้เลี้ยงดูพระโพธิสัตว์ทั้งห้า ผสมผสานกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นมาประดิษฐ์เป็นกระทง จนกลายเป็นประเพณีที่มีลักษณะเฉพาะของเมืองตาก

ทำไมต้อง “กระทงกะลา” จากวิถีอาหารพื้นบ้านสู่ภูมิปัญญาการลอยกระทง
จุดเริ่มต้นของกระทงกะลามีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชาวเมืองตากในอดีต ซึ่งนิยมนำมะพร้าวมาประกอบอาหารว่างพื้นเมืองที่เรียกว่า “ไส้เมี่ยง” รับประทานคู่กับใบเมี่ยงหมัก โดยมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ มะพร้าว ถั่วลิสง และใบเมี่ยง อาหารชนิดนี้เป็นที่นิยมทั้งในครัวเรือนและการค้าขายในท้องถิ่น

การทำไส้เมี่ยงจะใช้เฉพาะเนื้อมะพร้าว ทำให้มีกะลามะพร้าวเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงนำกะลาเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ด้วยการประดิษฐ์เป็นกระทงสำหรับลอยในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง นับเป็นภูมิปัญญาที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างคุ้มค่า

ด้ายฟั่นรูปตีนกา แสงประทีปแห่งความเชื่อและศรัทธา
ความพิเศษของกระทงกะลาเมืองตากอยู่ที่การนำด้ายมาฟั่นเป็นรูปตีนกา วางไว้ภายในกะลามะพร้าว แล้วหล่อด้วยเทียนขี้ผึ้ง ซึ่งตามวิถีปฏิบัติดั้งเดิม ชาวบ้านจะนำขี้ผึ้งจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์ใช้จุดบูชาระหว่างเข้าพรรษามาหล่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับจุดไฟ

การฟั่นด้ายเป็นรูปตีนกามีความเชื่อมโยงกับตำนานแม่กาเผือกในพระพุทธศาสนา อันเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญูและการระลึกถึงพระคุณของผู้มีพระคุณ ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังมีความเชื่อว่าแสงไฟจากกระทงจะช่วยนำความสว่างไสวและความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิตของผู้ลอยกระทง

 “ลอยกระทงสาย” ศาสตร์และศิลป์แห่งสายน้ำปิง
เอกลักษณ์ที่ทำให้ประเพณีลอยกระทงสายเมืองตากแตกต่างจากพื้นที่อื่น คือวิธีการปล่อยกระทงกะลาลงสู่แม่น้ำปิงให้ล่องลอยเรียงต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยต้องอาศัยความชำนาญของผู้ปล่อยกระทง การสังเกตกระแสน้ำ และการกำหนดจังหวะให้กระทงแต่ละใบเคลื่อนตัวตามกันเป็นสายโดยไม่ขาดช่วง

เมื่อกระทงกะลาที่จุดไฟแล้วจำนวน ๑,๐๐๐ ใบ ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำปิงอย่างต่อเนื่อง แสงประทีปจากกระทงแต่ละใบจะเรียงรายทอดยาวไปตามลำน้ำ เกิดเป็นภาพความงดงามที่ได้รับการขนานนามว่า “ลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง” ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดตาก และสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชุมชนในการสืบสานภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จึงไม่ได้มีความสำคัญเพียงความงดงามของแสงไฟกลางสายน้ำ แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อทางพระพุทธศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการนำกะลามะพร้าวที่เหลือจากการประกอบอาหารมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนการสืบทอดทักษะการลอยกระทงสาย ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าของชุมชนชาวเมืองตาก

ชวนเที่ยวงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จังหวัดตาก ประจำปี ๒๕๖๙
จังหวัดตากกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ๒๑–๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ รวม ๔ วัน ณ ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ พิธีอัญเชิญพระประทีปพระราชทาน ขบวนพยุหยาตราทางบก ขบวนกระทงสาย พิธีเปิดงาน๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ การแข่งขันลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จำนวน ๔ สาย๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ การแข่งขันวงดนตรีลูกทุ่ง “ดาวรุ่งลูกทุ่งกระทงสาย”๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ (วันลอยกระทง) พิธีอัญเชิญพระประทีปพระราชทานลงลอยในแม่น้ำปิง และ การแสดงระบำกระทงสาย จำนวน ๑,๐๐๐ คน

ตลอดการจัดงานทั้ง ๔ วัน ยังมีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย (CPOT) สินค้า OTOP และของดีเมืองตาก รวมถึงกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) งานหัตถกรรมจากหินแกรนิตตาก และผลิตภัณฑ์จากกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดตากอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง