กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เตือนประชาชนหลังมีรายงานตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี แนะหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ และแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แนะนำประชาชนดูแลสุขภาพหลังมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี ขอให้ติดตามประกาศคุณภาพน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่มและประกอบอาหาร พร้อมย้ำว่าการตรวจพบสารในน้ำไม่ได้หมายความว่าผู้สัมผัสจะเกิดพิษทุกราย โดยผู้ป่วยโรคไตควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและจำเป็นต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวัน กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงให้คำแนะนำในการป้องกันและสังเกตอาการ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และอาจปนเปื้อนในแหล่งน้ำจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสียได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่สัมผัสน้ำจะเกิดพิษทุกราย โดยต้องพิจารณาปริมาณสารที่ได้รับ ช่องทางการสัมผัส ระยะเวลาที่ได้รับสาร และสุขภาพของแต่ละบุคคล

ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย เนื่องจากการต้มน้ำไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมและโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้

นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า อะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายจากอาหารและน้ำส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกขับออกทางไต ขณะที่การดูดซึมผ่านผิวหนังเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากได้รับสารในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ขับสารออกจากร่างกายได้ลดลง อาจเกิดการสะสมและส่งผลต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ผลกระทบเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมในปริมาณสูง ไม่ใช่อาการที่คาดว่าจะเกิดจากการสัมผัสน้ำเพียงครั้งเดียว หากดื่มหรือสัมผัสน้ำที่สงสัยปนเปื้อนแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดอื่นร่วมด้วย จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากอะลูมิเนียมโดยตรง หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำและตะกอนดินในบริเวณที่มีประกาศแจ้งเตือน หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม หลังสัมผัสน้ำให้ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือเปื้อน และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย “ขับสารพิษ” มาใช้เอง เพราะอาจไม่ได้ประโยชน์และก่อให้เกิดอันตรายได้

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โทร. 0 2548 1000 ต่อ 5706 หรือ 5713

ข่าวที่เกี่ยวข้อง