วธ.จับมือ ‘TikTok’ ยกระดับวัฒนธรรมไทย เพิ่มช่องทางขยายตลาด

น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ. ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความร่วมมือ โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. เป็นผู้ลงนามในนามวธ. และมีนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดวธ. ร่วมลงนามในฐานะพยาน ขณะที่บริษัท ติ๊กต๊อก มีนางชนิดา คล้ายพันธ์ ผอ.ฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผู้ลงนาม และนายอิทธิกร ไตรทศาวิทย์ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมลงนามในฐานะพยานเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยี จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการยกระดับขีดความสามารถวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

นายประสพ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี มุ่งส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากลผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจวัฒนธรรม ตลอดจนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) เจ้าหน้าที่ และบุคลากรในสังกัดวธ. พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยผ่านการนำเสนอเนื้อหาสร้างสรรค์และการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับสาระสำคัญของบันทึกความร่วมมือทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินงานใน 2 ด้านหลัก ได้แก่ การสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมผ่านบัญชีผู้ใช้งานอย่างเป็นทางการผ่านบัญชี TikTok “กระทรวงวัฒนธรรม” และ “CPOT” ของ วธ. ภายใต้หลักเกณฑ์ชุมชนของ TikTok เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและส่งเสริมการยอมรับบัญชีดังกล่าวในวงกว้าง

ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือ การพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่านการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และสัมมนาให้แก่เจ้าหน้าที่วธ. เครือข่ายทางวัฒนธรรม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) โดยครอบคลุมการสร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creation) การใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น การถ่ายทอดสดบน TikTok Shop (Live Commerce) และการใช้ข้อมูลสถิติเพื่อการวิเคราะห์ (TikTok Analytics) รวมถึงการดำเนินกิจกรรมความร่วมมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจากชุมชนทั่วประเทศไปยังกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ ขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ CPOT และสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อยอดผลิตภัณฑ์และขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในยุคดิจิทัล นำไปสู่การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง