พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย พบว่าประเทศไทยยังคงต้องยกระดับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสัมภาระของผู้โดยสารที่มักหลงลืมนำอุปกรณ์อันตราย เช่น พาวเวอร์แบงค์ หรือไฟแช็ก ไว้ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน ซึ่งอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความปลอดภัยของอากาศยานทั้งลำ กพท. จึงได้ออกมาตรการการตรวจกระเป๋าเดินทางตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้น รวมระยะเวลากว่า 10 วันพบว่ามีกระเป๋าเดินทางที่ถูกตรวจพบว่ามีอุปกรณ์อันตรายเหล่านี้สูงถึง 4,600 กว่าใบ สะท้อนให้เห็นว่ายังมีผู้โดยสารบางส่วนที่ยังคงหลงลืมหรือไม่เข้าใจในข้อกำหนดดังกล่าว ย้ำการตรวจสอบกระเป๋าของ กพท. ทุกใบดำเนินการภายใต้กล้องวงจรปิด และมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันหลายคน จึงยืนยันได้ว่าทรัพย์สินของผู้โดยสารทุกท่านมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน ไม่มีช่องทางให้เกิดการสูญหายหรือถูกขโมยทรัพย์สิน สำหรับกระเป๋าเดินทางที่ไม่มีระบบล็อกมาตรฐานสากล (TSA Lock) ควรหลีกเลี่ยงการเก็บสิ่งของมีค่าไว้ข้างใน เนื่องจากอาจเกิดความเสี่ยงในการสูญหายระหว่างการเดินทางตามปกติของระบบขนส่ง
นอกจากนี้ กพท. ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) และแท็กซี่เวย์ด้วยเครื่องมือทันสมัยเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนเกิดเหตุ พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านปฏิบัติตามกฎระเบียบการบินอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง








