วันนี้ (2 พ.ย. 69) ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณปี 2569 จำนวน 9,075,000 บาท ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านเรือนผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ผ่าน “โครงการบ้านพอเพียง” ซึ่งสามารถดำเนินการซ่อมสร้างบ้านเสร็จสิ้นแล้วรวม 301 ครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังได้แก้ปัญหาผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางรถไฟอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้แก่สหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคงริมรางรถไฟ จำกัด พร้อมส่งมอบกุญแจและทะเบียนบ้านใหม่ให้แก่ชาวชุมชนทุ่งสว่างตะวันออก อำเภอเมืองอุดรธานี จำนวน 37 ครัวเรือน เพื่อช่วยเปลี่ยนสภาพชีวิตจากผู้บุกรุกพื้นที่ สู่การเป็นผู้เช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ทันที
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า “โครงการบ้านพอเพียง” ถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่วยครัวเรือนที่มีบ้านชำรุดทรุดโทรม วัสดุไม่มั่นคง หรือจำเป็นต้องสร้างใหม่ แต่รายได้ไม่เพียงพอ ให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น โดยรูปแบบของการดำเนินงาน จะกำหนดให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ลงพื้นที่สำรวจ เพื่อคัดกรองผู้เดือดร้อนจริงในระดับตำบล และมีมติประชาคมร่วมกัน จากนั้นรัฐสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง เพื่อซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรม หลังคารั่ว หรือโครงสร้างไม่ปลอดภัย โดยใช้พลังจิตอาสา ช่างชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมแรงร่วมใจลงมือซ่อมสร้าง
สำหรับ “อุดรธานีโมเดล” นี้ สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกของรัฐบาลที่ไม่เพียงแค่สร้างบ้าน แต่เป็นการสร้างชีวิตและความมั่นคงให้ประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะนำโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชนจากอุดรธานีไปขยายผลต่อยอดในพื้นที่จังหวัดอื่นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มเปราะบางทุกคนได้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและยั่งยืน








