นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตามที่หลายประเทศทั่วโลกมีการประกาศแจ้งเตือนและให้ประชาชนเตรียมสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับประเทศไทยแม้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องเตรียมรับมือสภาวะดังกล่าว แต่การเตรียมความพร้อม ‘กระเป๋าฉุกเฉิน’ เป็นหนึ่งในมาตรการลดความเสี่ยงที่ ปภ. สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเตรียมพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งกระเป๋าฉุกเฉินไม่เพียงแค่ช่วยเตรียมความพร้อม รับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐาน ที่จะช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินอื่นได้
โดย ‘72 ชั่วโมงแรก’ เป็นมาตรฐานสากลในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะ 3 วันแรกหลังเกิดภัย ผู้คนต้องเอาตัวรอดและอยู่ในช่วงระหว่างภาครัฐกระจายความช่วยเหลือเข้าไปในแต่ละพื้นที่
สำหรับ “กระเป๋าฉุกเฉิน”ประชาชนควรจัดเตรียมของจำเป็น 6 หมวด ได้แก่ 1. ยาและสุขภาพ 2. อาหารและน้ำ 3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ 4. เอกสารและเงินสด 5. สุขอนามัยส่วนบุคคล 6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม
“ทุกบ้านควรมีกระเป๋าฉุกเฉิน เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะสามารถพกติดตัวเมื่อต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ทันที และควรหากระเป๋าที่น้ำหนักเบา กันน้ำได้ วางในจุดที่หยิบใช้ได้ทันที ที่สำคัญต้องตรวจเช็กสภาพการใช้งาน และวันหมดอายุอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ปภ. ได้เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินอื่นเพื่อดูแลประชาชน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast และช่องทางต่างๆ ที่ครอบคลุม รวมไปถึงการเผชิญเหตุ และการบรรเทาทุกข์ ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ภัย ซึ่ง ปภ. และภาครัฐที่เกี่ยวข้องพร้อมประสานงานเพื่อเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ภัยฉุกเฉินต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน








