กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งตรวจสอบกรณีพบซากปลาเกยหาดบางแสน จังหวัดชลบุรียืนยันคุณภาพน้ำทะเลปกติ พร้อมประสานประมงแจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อสืบสวนผู้เกี่ยวข้อง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (สทช.2) ผนึกกำลังหน่วยงานภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างทันท่วงที หลังได้รับแจ้งกรณีพบซากปลาเกยหาดบางแสน มุ่งสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการรักษาระบบนิเวศทางทะเล โดยทันทีที่ทราบเหตุ ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สทช.2 ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองแสนสุข และสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าซากปลาที่เกยหาดเป็นปลามงโกรย (ปลาตะเพียนน้ำเค็ม) เพียงชนิดเดียว และมีขนาดใกล้เคียงกันทั้งหมด โดยข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากอุปกรณ์ประมง (อวน) ของเรือประมงในพื้นที่แตกหรือชำรุด ทำให้ฝูงปลาหลุดออกมาและถูกกระแสน้ำพัดเข้าสู่ชายฝั่ง

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก และปกป้องทรัพยากรทางทะเล ประมงอำเภอเมืองชลบุรีได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สภ.แสนสุข เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำผิดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนการจัดการพื้นที่ เทศบาลเมืองแสนสุขได้เร่งจัดเก็บและฝังกลบซากปลาทั้งหมดตามมาตรฐานสุขอนามัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้หาดบางแสนกลับมาสะอาด สวยงาม และปราศจากกลิ่นรบกวน

สำหรับปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) ที่เคยมีการแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำชลบุรี ได้สุ่มตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจล่าสุดยืนยันว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการเกิดแพลงก์ตอนบลูม หรือการตายของสัตว์น้ำจากสาเหตุทางธรรมชาติแต่อย่างใด ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้ตามปกติ

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ทางทะเลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องระบบนิเวศ ชายหาด และความปลอดภัยของประชาชน หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพบเห็นสิ่งผิดปกติบริเวณชายหาด หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 หรือสายด่วนพิทักษ์ทะเล โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง