สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า วันนี้ (3 พ.ย. 69) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ขยายขอบเขตอายุผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเดิม 60 ปีบริบูรณ์ เป็น 65 ปีบริบูรณ์ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้รับเงินบำนาญชราภาพสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39/1 เพื่อรับสิทธิประโยชน์และจ่ายเงินสมทบในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และตาย รวมทั้งสามารถขอรับเงินบำนาญชราภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น เพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจาก 90 วัน เป็นระยะเวลาที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพจาก 50% เป็น 70% ของค่าจ้าง ขยายความคุ้มครองกรณีสงเคราะห์บุตรต่ออีก 6 เดือน หลังสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน และกำหนดให้ผู้ประกันตนที่อายุไม่เกิน 60 ปี มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานก่อนรับกรณีชราภาพ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการปลดล็อกมาตรการ “3 ขอ” ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ประกอบด้วย
– “ขอเลือก” ให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน เมื่ออายุครบ 55 ปี สามารถเลือกรับเป็นเงินบำนาญชราภาพรายเดือนหรือเงินบำเหน็จก้อนเดียวได้
– “ขอคืน” ให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน เมื่อท้องที่ใดเกิดภัยพิบัติร้ายแรง สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนอายุครบ 55 ปีได้
– “ขอกู้” ให้สามารถนำเงินชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมได้
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์อื่น ๆ เพื่อให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวจะได้รับการเสนอเข้าสู่ขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป








