สภาความมั่นคงแห่งชาติ วางแนวทางรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์และภัยความมั่นคงทุกระดับ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สภาความมั่นคงแห่งชาติ วางแนวทางรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์และภัยความมั่นคงทุกระดับ ยืนยันประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และยังไม่มีสัญญาณเตือนภัยรุนแรง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและตระหนักรู้ โดยไม่ตื่นตระหนก

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในต่างประเทศ เช่น กรณีแฮกเกอร์โจมตีระบบตู้แช่เย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปจนอาหารเน่าเสีย ว่า หน่วยงานด้านการข่าวของไทยได้ติดตามพฤติกรรมและวิธีการของแฮกเกอร์อย่างใกล้ชิด สำหรับประเทศไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศคู่ขัดแย้ง ทำให้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นยังอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่มีสัญญาณเตือนภัยรุนแรงตามที่เป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าระบบของหน่วยงานต่าง ๆ ในไทยมีการทดสอบการเจาะระบบจากภายนอกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทุกหน่วยงานได้เพิ่มความระมัดระวังและมีระบบป้องกันอย่างเข้มงวด พร้อมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดรูปแบบสถานการณ์จำลองในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับรุนแรงที่สุด หรือ Worst Case โดยเฉพาะการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย เร่งเตรียมแผนฟื้นฟูระบบให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ส่วนกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำให้ประชาชนเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” หรือ Emergency Bag นั้น ถือเป็นการเตรียมพร้อมตามปกติในมุมของการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งทำงานควบคู่ไปกับแผนความมั่นคงของ สมช. ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายให้เน้นการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกหรือเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเกินความจำเป็น โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เชื่อถือได้ของภาครัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง