กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดผลงานวิจัย “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลอายุ 35 ล้านปี จากจังหวัดกระบี่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณีร่วมกับคณะนักวิจัยไทยและนานาชาติ ประสบความสำเร็จในการศึกษาซากดึกดำบรรพ์สัตว์ฟันแทะสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก มีชื่อว่า “หนูยักษ์สิรินธร” (Yakamys sirindhornae) มีอายุประมาณ 33–35 ล้านปี พบจากแอ่งถ่านหินบางหมาก จังหวัดกระบี่ โดยผลงานวิจัยได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Scientific Reports เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นับเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขนาดร่างกายของสัตว์ฟันแทะในอดีต

การค้นพบครั้งนี้ได้รับพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญพระนาม “สิรินธร” มาใช้เป็นชื่อชนิด sirindhornae เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจและพระราชูปถัมภ์ด้านวิทยาศาสตร์ ธรณีวิทยา และบรรพชีวินวิทยาของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยนับเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับพระราชทานพระนามลำดับที่ 5

สำหรับงานวิจัยดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรธรณีกับนักวิจัยจากประเทศฝรั่งเศสและแคนาดา นำโดย ดร.เยาวลักษณ์ ชัยมณี ผู้เชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากศูนย์วิจัยแห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS) โดยศึกษาฟอสซิลฟันกรามและฟันตัดที่พบในชั้นตะกอนของเหมืองถ่านหินบางหมาก จังหวัดกระบี่ ด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง

ผลการศึกษาระบุว่า เป็นสัตว์ฟันแทะโบราณในยุคอีโอซีนตอนปลาย มีน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม จัดเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในยุคพาลีโอจีน และเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ฟันแทะวิวัฒนาการไปสู่การมีขนาดลำตัวใหญ่เร็วกว่าที่เคยเข้าใจกันประมาณ 15–20 ล้านปี โดยตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์เก็บรักษาไว้ที่กรมทรัพยากรธรณี

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยและกรมทรัพยากรธรณีในการสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับเครือข่ายวิจัยนานาชาติ อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของแหล่งซากดึกดำบรรพ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกทางธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตบนโลก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมสนับสนุนการศึกษาวิจัย การอนุรักษ์ และการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ เพื่อรักษามรดกธรณีของประเทศ และต่อยอดผลงานวิจัยไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง