นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีประชาชนร้องเรียนปัญหาน้ำเสียในคลองต้นไทร บริเวณซอยเจริญนคร 18 เขตคลองสาน และข้อกังวลเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างในคลองตาหนัง เขตบางกะปิ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า กทม. ให้ความสำคัญกับทุกข้อร้องเรียน พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ส่งสารวัตรสิ่งแวดล้อม เร่งตรวจสอบต้นตอปัญหาน้ำเสียคลองต้นไทร หลังพบฟองน้ำเสีย กรณีคลองต้นไทรมีน้ำเสียและเกิดฟองของเสียส่งกลิ่นเหม็น โดยได้รับแจ้งร้องเรียนครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. 69 ต่อมาในเดือน ต.ค. 69 และล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 สำนักการระบายน้ำได้ร่วมกับสำนักการโยธาและฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเดินสำรวจตลอดแนวคลอง แต่ยังไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดน้ำเสียได้ เบื้องต้นเคยสันนิษฐานว่าอาจมาจากหอพัก แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบความเชื่อมโยง อีกทั้งบริเวณโดยรอบไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม
สำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น สำนักงานเขตได้จัดทำแพลูกบวบพร้อมติดตั้งตะแกรงดักฟอง เพื่อกั้นและรวบรวมฟองของเสียไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่สำนักงานระบบควบคุมน้ำได้ช่วยระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าคลองและเปิดทางระบายน้ำออก โดยควบคุมไม่ให้คราบไขมันและของเสียไหลออกไปตามกระแสน้ำ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมมลพิษจะลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำและค้นหาต้นตออีกครั้ง โดยเน้นย้ำให้การตรวจสอบครอบคลุมทั้งแหล่งกำเนิดน้ำเสียและจุดปล่อยน้ำจากอาคารหรือสถานประกอบการ นอกจากนี้ ช่วงนี้ กทม. มีการพร่องน้ำในคลองหลายพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำลดลงและสามารถมองเห็นจุดปล่อยน้ำเสียที่เดิมอาจอยู่ใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญในการค้นหาต้นตอและแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของสารวัตรสิ่งแวดล้อมที่ให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบและดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างจริงจัง
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ยังตรวจสอบไม่พบ เนื่องจากมีข้อสันนิษฐานว่าน้ำเสียอาจผุดออกมาจากใต้ถนนบริเวณถนนที่ตัดใหม่ฝั่งธนบุรี ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับแนวท่อหรือจุดเชื่อมต่อระบบระบายน้ำระหว่างพื้นที่ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด รวมถึงประสานสำนักงานเขตธนบุรีหากพบว่ามีจุดเชื่อมต่อเกี่ยวข้องกัน
แจงคลองตาหนังอยู่ระหว่างขยายคลอง สิ่งกีดขวางเป็นส่วนหนึ่งของงานก่อสร้าง พร้อมสั่งติดตามแก้ไข ส่วนกรณีคลองตาหนัง เขตบางกะปิ ที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่ามีสิ่งก่อสร้างและกระสอบทรายกีดขวางทางน้ำ อาจเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า เดิมคลองดังกล่าวมีสภาพค่อนข้างแคบและมีปัญหาการระบายน้ำ กทม. จึงจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงและขยายคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในระยะยาว โดยโครงการต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี
สำหรับสิ่งที่ประชาชนพบเห็นบริเวณคลองนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. บริเวณนั่งร้านและโครงสร้างชั่วคราว เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการก่อสร้างที่ใช้รองรับการทำงานของเครื่องจักร โดยจากการประเมินเบื้องต้นพบว่าโครงสร้างดังกล่าวกีดขวางทางน้ำประมาณ 20% อย่างไรก็ตาม เมื่อพบข้อกังวลจากประชาชน ได้สั่งการให้ผู้รับเหมารื้อถอนออกแล้ว เพื่อลดผลกระทบต่อการระบายน้ำ
2. บริเวณใกล้เดอะมอลล์บางกะปิ ริมคลองแสนแสบ พบสภาพเขื่อนเดิมชำรุดและมีความเสี่ยงต่อการพังทลาย จึงนำกระสอบทรายมาวางเพื่อป้องกันไม่ให้ดินและตลิ่งสไลด์ลงคลอง เป็นมาตรการชั่วคราวระหว่างรอการดำเนินงานก่อสร้างในระยะต่อไป
การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ จึงอาจมีบางช่วงที่โครงสร้างหรืออุปกรณ์ก่อสร้างส่งผลต่อการไหลของน้ำได้บ้าง แต่ กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเรียบร้อย ปรับปรุงจุดที่อาจกีดขวางทางน้ำ พร้อมกำชับผู้รับเหมาให้ดูแลพื้นที่ก่อสร้างและเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ระหว่างดำเนินโครงการ
ทั้งนี้ การขยายคลองจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้ดีกว่าสภาพเดิมเมื่อโครงการแล้วเสร็จ ส่วนข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียนของประชาชนถือเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย ขณะที่ กทม. พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและติดตามความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง
เฝ้าระวังฝนและน้ำเหนือ เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำรับมือสถานการณ์ต่อเนื่อง ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นมาก หลายจุดที่เคยมีน้ำท่วมขังสามารถระบายได้ภายในเวลาไม่นาน โดยบางจุดใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบระบายน้ำหรือปรับปรุงโครงสร้าง ซึ่งอาจทำให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อมีฝนตกหนัก
กทม. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ระบายน้ำ ตรวจสอบจุดเสี่ยงและพื้นที่ที่อาจมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่อาจส่งผลต่อกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลยังต้องติดตามพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดต้นไม้หักโค่นและอุบัติเหตุในพื้นที่สาธารณะ พร้อมดูแลความปลอดภัยบริเวณท่าเรือและจุดเสี่ยงต่าง ๆ
สำหรับช่วงที่มีภารกิจสำคัญซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา กทม. ได้เตรียมบริหารจัดการพื้นที่รองรับน้ำและพร่องน้ำในคลองล่วงหน้า เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
ทุกข้อร้องเรียนของประชาชนเป็นข้อมูลสำคัญในการแก้ไขปัญหา กทม. จะเร่งตรวจสอบเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง แก้ไขทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว พร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้ทำงานเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด








