ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) ดำเนินการเคลื่อนย้ายรังไข่เต่าทะเลจำนวน 88 ฟอง จากบริเวณอ่าวผู้พัน ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ไปยังพื้นที่ฟักไข่ที่ปลอดภัยเป็นการด่วน หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ว่าพบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รังไข่มีความกว้าง 29 เซนติเมตร ลึก 28 เซนติเมตร มีไข่ทั้งหมด 92 ฟอง โดยพบความเสียหายจากสัตว์นักล่าตามธรรมชาติจำนวน 4 ฟอง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าช่วยเหลือเพื่อคุ้มครองอัตราการรอดชีวิตของลูกเต่าทะเลให้อยู่ในระดับสูงสุด
นายมรกต โจวรรณถะ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) เปิดเผยว่า การพบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่จังหวัดชุมพร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจุดวางไข่บริเวณอ่าวผู้พันเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยคุกคามหลายประการ ทั้งจากกิจกรรมของมนุษย์ สัตว์นักล่าตามธรรมชาติอย่างตัวเงินตัวทอง รวมถึงความเสี่ยงจากปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงท่วมรังไข่ ทางศูนย์ฯ จึงตัดสินใจเคลื่อนย้ายไข่เต่าทะเลทั้งหมดไปยังพื้นที่อนุบาลที่ปลอดภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะถึงกำหนดฟักตัว
*ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว นอกจากการช่วยเหลือและคุ้มครองรังไข่เต่าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้บันทึกข้อมูลทางวิชาการ สภาพแวดล้อม และสถิติที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรเต่าทะเลในน่านน้ำไทยอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
สำหรับขั้นตอนต่อไป ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) จะติดตามพัฒนาการของไข่เต่าอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งฟักเป็นลูกเต่า เพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนชายฝั่งในการสร้างจิตสำนึกและเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของสัตว์ทะเลหายาก
ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) ขอขอบคุณประชาชนและเครือข่ายชาวบ้านในพื้นที่ที่ช่วยแจ้งเบาะแสสำคัญในครั้งนี้ โดยทุกข้อมูลจากภาคประชาชนถือเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป








