นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานของประเทศไทย ท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่ผันผวน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีปัญหาด้านปริมาณอุปทานพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากนำเข้าพลังงานจากหลายแหล่งทั่วโลก ผลกระทบที่ไทยเผชิญจึงเป็นความผันผวนของราคา รัฐบาลจึงใช้ทั้งมาตรการด้านภาษีและการขอความร่วมมือจากโรงกลั่นเพื่อลดค่าการกลั่นหรือค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้ โดยไม่ให้กระทบต่อต้นทุนการผลิต
หนึ่งในมาตรการล่าสุดคือ การส่งเสริมไบโอดีเซล B20 ซึ่งมีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม 20% และมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้มากขึ้น โดยราคา B20 ต่างจากดีเซลทั่วไปเกือบ 10 บาทต่อลิตร และปริมาณการใช้เพิ่มจากวันละ 5-6 ล้านลิตร เป็นประมาณ 9 ล้านลิตรต่อวัน หลังลดภาษี พร้อมย้ำว่าการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวไม่กระทบต่อประสิทธิภาพ ความเร็ว หรือความเร่งของเครื่องจักรและระบบขนส่งที่ใช้ดีเซล
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากขยายการใช้ไบโอดีเซลเป็นวันละ 20 ล้านลิตร จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้วันละ 4 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยเงินส่วนนี้สามารถช่วยสนับสนุนภาคเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร จึงควรมีรายได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนการจะลบภาพที่หลายคนมองว่าอาชีพเกษตรกรมีรายได้ไม่มากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ โดยเน้นการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและการดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ เมื่อมีลูกค้าซื้ออย่างต่อเนื่อง แม้กำไรต่อครั้งจะน้อยก็สามารถสะสมเป็นกำไรที่มากขึ้นได้ ซึ่งในเวที IMF และ World Bank ผู้จัดการใหญ่ IMF และประธาน World Bank ได้กล่าวชื่นชมหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่า มีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบัน
ไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาโดยตลอด ทำให้ประเทศสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้ และวันนี้มีความยืดหยุ่น (resilience) ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นเท่าตัว ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกและการจัดเก็บภาษีที่มากขึ้น ตลอดจนการสร้างระบบรับมือกับภัยพิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจนทำให้ระบบต่าง ๆ ล้มเหลว รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์และดัชนีที่เพิ่มขึ้น มีเสถียรภาพ ส่วนการจัดอันดับประเทศไทยล่าสุด S&P ระบุว่าไทยมี Stable Outlook หรือแนวโน้มมีเสถียรภาพและความยั่งยืน








