Font Resizer

A Decrease font size. A Reset font size. A Increase font size.

64 views

สรุปเหตุไฟไหม้สำเพ็ง-บทเรียนราคาแพงด้านความปลอดภัย


  • เมื่อเวลา 11.30 น. เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงท่าน้ำราชวงศ์ ถนนราชวงศ์ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยถึงที่เกิดเหตุ จนเพลิงสงบลงในช่วงบ่าย ยังคงเสี่ยงอันตรายเรื่องอาคารถล่ม เนื่องจากเริ่มมีการยุบตัว
  • สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากหม้อแปลงไฟระเบิด และลุกลาม ผ่านสายไฟ สายสื่อสารจำนวนมาก ประกอบกับในอาคารมีเชื้อไฟจำนวนมาก
  • มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 11 ราย มีทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ รถยนต์เสียหาย 3 คัน พรุ่งนี้ฝ่ายโยธาของกทม.ต้องเข้าตรวจสอบอาคารต่อไป
  • ผู้ว่าฯกทม. ระบุ ในสัปดาห์หน้า กทม.จะมีการหารือกับการไฟฟ้านครหลวง เรื่องความปลอดภัยซึ่งจะรวมถึงเรื่องของหม้อแปลงไฟ และสายสื่อสารเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำอีก นับเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะต้องปรับปรุง

วันที่ 26 มิ.ย.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังตรวจเหตุเพลิงไหม้อาคารย่านสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ว่า เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องสังเกตความอันตรายของการถล่มของอาคารเนื่องจากมีการฉีดน้ำ ซึ่งมีตึกหนึ่งที่พื้นอาคารมีการยุบตัวลงมาแล้ว

สาเหตุของเพลิงไหม้เท่าที่รับรายงานเบื้องต้น มาจากหม้อแปลงไฟระเบิด ลุกลามไปด้านในอาคาร รวมถึงมีสายไฟและสายสื่อสารจำนวนมากที่อาจเป็นส่วนช่วยให้ไฟลุกลามไป ประกอบกับมีวัสดุในอาคารที่เป็นเชื้อเพลิงทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้ต้องมีการทบทวนรวมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง ภาครัฐ ในการดูแลหม้อแปลงและสายสื่อสารที่อยู่ด้านนอก ซึ่งกทม.มีนโยบายที่จะตัดสายที่ไม่ได้ใช้งานทิ้งอยู่แล้ว ต้องรีบตัดสายทิ้งเพราะจะเป็นตัวที่ทำให้ติดไฟได้ ส่วนเจ้าของอาคารก็ต้องตรวจสอบภายในอาคารด้วย เพราะอาคารอาคารที่ใช้เก็บของ มีวัสดุเชื้อเพลิงอยู่ภายในจำนวนมากจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นด้วย

จากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นแรงงานข้ามชาติ 1 ราย คนไทย 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 11 ราย เป็นทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว 7 ราย และโรงพยาบาลกลาง 4 ราย มีรถประชาชนที่จอดได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ จำนวน 3 คัน อาจมีการไปแจ้ง ซึ่งต้องดูเรื่องของกฎหมายว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของอาคาร ในวันพรุ่งนี้ฝ่ายโยธาเขตฯเข้าตรวจสอบอาคาร และสำรวจเรื่องความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร เนื่องจากมีอาคารยุบตัวด้วย

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้า กทม. จะมีการหารือร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง ทั้งเรื่องไฟแสงสว่าง ความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของหม้อแปลงไฟ และสายสื่อสารที่อยู่รวมกับเสาไฟฟ้า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องเอาไปปรับปรุง โดยถือเป็นหน้าที่การไฟฟ้าต้องช่วยดูด้วยเพราะเป็นความรับผิดชอบโดยตรง ต้องช่วยกันเป็นบทเรียนที่ต้องนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำซากอีก เชื่อว่าการไฟฟ้านครหลวงมีศักยภาพที่จะดูแลชีวิตประชาชน

โดยต่อไป กทม. และการไฟฟ้านครหลวงจะต้องประสานกันอย่างเข้มข้นและใกล้ชิด ทั้งนี้ทุกเขตจะต้องสำรวจจุดเสี่ยงอื่น ๆ โดยให้ประชาชนที่พบเห็นจุดที่เสี่ยงให้ช่วยแจ้งผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ด้วย ฝากเตือนประชาชนเมื่อไปตามสถานที่ไม่คุ้นเคย หรือสถานบันเทิง ให้สำรวจทางหนีไฟ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดเหตุขึ้นได้ หากมีเหตุจะได้หนีได้ทัน ซึ่งตนได้กำชับเรื่องนี้ไปแล้วให้ทุกเขตสำรวจความปลอดภัยสถานบันเทิงอย่างเข้มข้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง