บรรยากาศที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เต็มไปด้วยความคึกคัก ภายหลังเปิดให้บริการเป็นวันแรกของปี 2569 โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์และผู้ที่เดินทางมาบริจาคแบบวอล์กอิน เพื่อร่วมส่งต่อความหวังและช่วยชีวิตผู้ป่วย
ประชาชนผู้มาบริจาคโลหิตเปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเข้าบริจาค ทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดูแลร่างกายให้แข็งแรง พร้อมมองว่าการบริจาคโลหิตเป็นการทำความดีที่สามารถทำได้ง่าย แต่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาชีวิตของผู้ป่วย และถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการสร้างกุศล
ขณะเดียวกัน ยังมีกำลังพลทหารเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิตด้วย โดยระบุว่าการบริจาคโลหิตต้องอาศัยการเตรียมร่างกายให้พร้อม และถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจในการช่วยเหลือสังคมและประชาชนผู้เจ็บป่วย
ภายหลังช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ปริมาณโลหิตสำรองในคลังมักลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางและเพิ่งกลับเข้าสู่การทำงานตามปกติ ขณะที่ผู้ป่วยยังมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาอย่างต่อเนื่อง
โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคร้อยละ 77 ถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะสูญเสียโลหิตเฉียบพลัน เช่น ผู้ประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัดหัวใจ และภาวะตกเลือดหลังคลอด ส่วนอีกร้อยละ 23 ใช้กับผู้ป่วยโรคเลือดที่ต้องได้รับโลหิตเป็นประจำ อาทิ โรคธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว ไขกระดูกฝ่อ และภาวะเกร็ดเลือดต่ำ
ทั้งนี้ ประชาชนที่มีความประสงค์บริจาคโลหิต สามารถเข้าร่วมได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์และเสริมคลังโลหิตสำรองให้เพียงพออย่างต่อเนื่อง








