รัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ต่อเนื่อง ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน ประมาณการค่าปรับกว่า 100 ล้านบาท

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวน เฝ้าระวัง และปราบปรามการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี พร้อมดำเนินการเชิงรุกและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พบมีการลักลอบเข้าบุหรี่ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รายได้ของรัฐ และความเป็นธรรมทางการค้า ทั้งนี้ จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามเชิงรุก บูรณาการการทำงานร่วมกันจากฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ทั้งด้านข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต จำนวน 117,820 ซอง หรือ 2,289,000 มวน คิดเป็นภาษีสรรพสามิต จำนวน 7,095,966 บาท และประมาณการค่าปรับ จำนวน 106,439,490 บาท ข้อหา มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว

นางสาวพลอยทะเล กล่าว “รัฐบาลเน้นย้ำ ให้ขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามเชิงรุก ด้วยการบูรณการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อมิให้ขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายใช้พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนภาคใต้เป็นเส้นทางลำเลียงและเป็นจุดพักรอการกระจายสินค้าเข้าสู่ประเทศ พร้อมเดินหน้ายกระดับการปราบปราม เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี คุ้มครองประชาชนจากสินค้าที่ผิดกฎหมายและรักษาผลประโยชน์ของรัฐอย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง