มหาดไทย สั่งดูแลทุกพื้นที่เสี่ยงไฟป่า หมอกควัน PM2.5 เฝ้าระวังเข้มข้น มี.ค. – เม.ย. “สุชาติ” สั่ง เสือไฟ สกัดไฟป่าเมืองกาญจน์

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)  พร้อมด้วยผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายศักดิ์ดา เปิดเผยว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝุ่น โดยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ปี 2569 ที่มุ่งเน้นควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง ซึ่งได้ร่วมกันคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์เพื่อวางแผนรับมือป้องกันปัญหา

โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้รายงานจุดความร้อนในเดือนมกราคมพบว่าประเทศไทยมีจุดความร้อน 15,014 จุด ถือว่าต่ำกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ยกเว้นในพื้นที่เกษตรที่พบจุดความร้อนและการเผาไหม้เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นจุดความร้อนสะสมในพื้นที่เกษตรบริเวณนาข้าวและพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งพบเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนมกราคม ส่วนพื้นที่ไร่อ้อยจะพบจุดความร้อนสะสมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และเมษายน ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง รวมไปถึงจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านบริเวณประเทศเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาหมอกควันข้ามแดนบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง

ปีนี้แม้ว่าสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในภาพรวมของประเทศจะมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ด้วยเพราะปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาและมาตรการที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังเฝ้าระวังสถานการณ์ทุกพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ จึงขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกของท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน มาเป็นกำลังสำคัญในการประสานความร่วมมือและสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่ให้งดการเผาทุกประเภท เพื่อลดฝุ่นละอองควันพิษที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้การที่ไฟป่าในแต่ละพื้นที่ลดลงต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น ท้องที่ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนมาตรการสำคัญของรัฐบาลจนเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีและลดการเกิดไฟป่า ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กได้มากขึ้น

ในส่วนของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ขับเคลื่อนมาตรการรัฐบาล เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยกว่า 320 หน่วย ประจำการ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เพื่อสนับสนุนการดับไฟป่าทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ และติดตามการดำเนินการของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำประกาศงดเว้นการเผาในที่โล่ง การจัดทำแผนเผชิญเหตุ การจัดตั้งจุดเฝ้าระวังจุดตรวจ การจัดเตรียมห้องปลอดภัยฝุ่น การแจกจ่ายหน้ากากอนามัย การออกปฏิบัติลาดตระเวนดับไฟป่า เป็นต้น ในส่วนของการแก้ปัญหาในพื้นที่ อาทิ จังหวัดปราจีนบุรีมีการรายงานผลดำเนินการในการตรวจตราสถานการณ์การเผาป่า โดยส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ปฏิบัติงาน ทำให้อัตราการเผาลดลง รวมถึงกรุงเทพมหานครซึ่งมีการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชั่น การใช้มาตรการ Work from home การประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ การออกหน่วยบริการเคลื่อนที่สาธารณสุข การดูดฝุ่นและล้างถนน พร้อมทั้งสนับสนุนรถแทรคเตอร์และเครื่องอัดฟางเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี ผลดำเนินการมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดีทำให้จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยฝุ่น และจุดเผาในพื้นที่ ในช่วงวันที่ 1 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ลดลงอย่างสอดคล้องกันจนเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ปภ. ยังขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยกำชับจังหวัดเฝ้าระวังและควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด บริหารจัดการให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด รวมถึงแจ้งเตือน สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์มาตรการและบทลงโทษกรณีการฝ่าฝืน การปฏิบัติที่สำคัญให้จังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าควบคุมไฟและทำแนวกันไฟในพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อสกัดกั้นการลุกลามของไฟป่า และจัดกำลังเฝ้าระวังป้องกันในพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อหยุดยั้งการลักลอบเผาในพื้นที่ ทั้งนี้หากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้นหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลสาธารณภัยและอากาศยาน สามารถประสานขอรับการสนับสนุนมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจให้กับพื้นที่ในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อดูแลผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ข้อมูลสภาวะดัชนีอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยายังพบว่า สภาพอุตุนิยมวิทยาค่อนข้างไม่เอื้ออำนวยต่อการระบายฝุ่นละอองในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ แต่จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในเดือนมีนาคมอย่างไรก็ตามคุณภาพอากาศยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเช่น สถานการณ์ฝน ซึ่งจากการคาดการณ์ฝนในช่วงวันที่ 16 – 24 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ในช่วงวันที่ 16 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 อัตราการระบายอากาศโดยรวมไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากวันที่ 20 – 24 กุมภาพันธ์ 2569 จะคลายตัวลง ทำให้ช่วงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ภาคกลางจะมีการระบายอากาศดีขึ้น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือการระบายอากาศจะเริ่มดีขึ้นในช่วงวันที่ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2569 ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะนี้มีลมใต้ซึ่งทำให้อัตราการระบายอากาศดี แต่ในช่วงวันที่ 19 – 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณภาคตะวันออกกับภาคกลางที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่า โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ตราด เพชรบูรณ์ และลพบุรี จึงต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดกาญจนบุรี​มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังพบจุดความร้อน (Hotspot) กระจายตัวเป็นวงกว้าง ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการด่วนให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมสรรพกำลัง ยุทโธปกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าอนุรักษ์ชั้นในอย่างเต็มกำลัง

โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์ไฟป่าที่ทวีความรุนแรงในกลุ่มป่าที่ 12 (กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์) ได้สั่งการให้​สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า (สปฟ.) ยกระดับการรับมือ โดยมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า หรือ    “ชุดเสือไฟ” จากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าชุมพร และนครศรีธรรมราช เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีทันที เพื่อสนับสนุนการป้องกันและดับไฟป่าในพื้นที่วิกฤต จากการประเมินทิศทางไฟ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงสูงที่ไฟกำลังลุกลามมุ่งหน้าเข้าเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งสั่งการให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด​ โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์

ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ รายงานพบจุดความร้อนจำนวนมากบริเวณรอยต่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และที่ราชพัสดุ ตำบลด่านแม่แฉลบ รวมถึงรอยต่อป่าสงวนแห่งชาติฯ ในเขต ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งไฟกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เขตอุทยานฯ

ด้านพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโย​ค​ พบกลุ่มไฟกระจายตัวในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนเมียนมา แนวไฟมีทิศทางลุกลามเข้าสู่บริเวณเขาปลาน้อย เขาพลู และเหมืองเต่าดำ

ทั้งนี้ได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการเสือไฟประสานงานกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำภารกิจหลัก​โดยให้วางแผนดับไฟให้สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน​ และรายงานสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะเพื่อปรับแผนการใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุน​ พร้อมสกัดกั้นไฟไม่ให้ขยายวงกว้าง เพื่อลดปัญหา PM2.5 จากพื้นที่รอยต่อชายแดน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ชั้นในและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ส่วนไฟป่าในพื้นที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการตรวจพบจุดไฟป่า จำนวน 1 จุด กำลังลุกลามบริเวณยอดเขาสูงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นายสุชาติ มอบหมายให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดชุดปฏิบัติการบินเข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ ได้ประสานฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์แล้ว แต่เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่สูงชันและเข้าถึงยากทำให้ยังไม่สามารถควบคุมไฟได้อย่างเบ็ดเสร็จ และมีความเสี่ยงลุกลามต่อเนื่องไปยังพื้นที่ที่มีเชื้อเพลิงสะสมโดยรอบ ต่อมานายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 1 ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจบินสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติท้องที่อำเภอแม่ออน สำหรับแผนปฏิบัติการเบื้องต้น ชุดปฏิบัติการบินได้เข้าประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จากนั้นดำเนินการบินประเมินสถานการณ์ไฟป่า สำรวจปริมาณเชื้อเพลิง ตรวจสอบแนวกันไฟ แหล่งน้ำ และจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อจัดทำข้อมูลสนับสนุนการวางแผนดับไฟอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนบูรณาการกำลังภาคพื้นดินและอากาศเข้าควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง